10 วิธีสร้างพลังให้บุคลิกภาพ
เรื่อง : ประณม ถาวรเวช

                  ว่ากันว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จนั้นจะต้องสร้างพลังแห่งความสำเร็จ 5 ประการ คือ พลังแห่งการคิด พลังแห่งการกระทำ หรือพลังแห่งผลงาน พลังแห่งกุศโลบายในการมัดใจผู้อื่น หรือพลังแห่งมนุษยสัมพันธ์ พลังแห่งการพูด พลังแห่งบุคลิกภาพ

            ขอเน้นข้อสุดท้าย คือ พลังแห่งบุคลิกภาพนั้น ว่าต้องมีอะไรบ้างประกอบกัน ถึงจะส่งพลังให้คนคนหนึ่งโดดเด่นได้

            พลังแห่งบุคลิกภาพ ถือเป็นเวลาที่สำคัญ เนื่องจากบุคลิกภาพเป็นสิ่งแรกๆ ที่จะมีแรงกระทบหรือปะทะกับคนอื่น ฉะนั้นการสร้างพลังแห่งบุคลิกภาพ ควรจะใส่ใจองค์ประกอบทั้ง 10 ดังนี้

            1. ความกระตือรือร้น คนทุกคนต้องคึกคักเข็มแข็ง กระปรี้กระเปร่า เพราะฉะนั้นเวลาเดิน ต้ององอาจ อกผ่ายไหลผึ่ง อย่าเดินอ้อยสร้อย หมดเรียวหมดแรง หรือเดินหมดอาลัยตายอยาก คำว่า “ ความกระตือรือร้น” ในที่นี้ นอกจากการเดินเหิน การว่าท่า วางตัวที่ดูคึกคักแล้ว การทำงานที่กระตือรือร้น ไม่เฉื่อยแฉะ ไม่เช้าชามเย็นชาม ก็ถือว่าอยู่ในการสร้างพลังแห่งบุคลิกภาพเช่นกัน

            2. ความมีชีวิตชีวา คนเราจะมีชีวิตชีวา ใบหน้าต้องไม่เศร้า ไม่หงอยเหงา ทางที่ดี “ หน้าต้องมีรอยยิ้มเข้าไว้ ” มีคนคนหนึ่งชอบสร้างพลังแห่งความมีชีวิตชีวามาก เขาบอกว่าคนเราถ้าได้ทำไรตามที่ตัวเองชอบ จะมีชีวิตชีวามาก ความชอบของเขามี 2 ประการ คือชอบทางไอศกรีม ชอบนวดแผนโบราณ ทุกสัปดาห์เขาจะต้องหาโอกาสทำสิ่งเหล่านี้ เพื่อเขาจะได้มีอารมณ์ดีๆ มีความสุข กระปรี้กระเปร่า และนั้นทำให้เขามีชีวิตชีวาเสมอ เพราะความสุขมีเต็มอิ่มอยู่ในตัว

            3. ความต้องตา ต้องใจ คนที่จะมีพลังแห่งบุคลิกภาพ ใครมองแล้วต้อง “ต้องตา” เขาเรียก “มาดน่ามอง” ด้วยเหตุนี้เองคนสวยคนหล่อจึงได้เปรียบกว่าคนอื่น เพราะจะมีเสน่ห์แห่งใบหน้าและเรือนกาย ที่ทำให้ต้องชะงักงัน ตะลึงแล และหญิงคอยชะแง้มองหา อย่างไรก็ตาม คนที่ไม่หล่อไม่สวยก็อาจจะต้องตาต้องใจได้ ถ้าแต่งตัวดี มีความทันสมัย วางท่าวางทางดี คนก็เหลียวมองได้เช่นกัน

            4. ความมีรสนิยมเหมาะสม ในเรื่องของรสนิยมนี้ คำว่า “รสนิยม” ตามพจนานุกรม หมายถึง “ความพอใจ สิ่งที่เป็นความพึงพอใจ” เพราะฉะนั้น หากเราทำอะไรที่ทำให้ผู้คนเขาพึงใจ พอใจ ด้วยความเหมาะสมใจแล้ว ใครๆ ก็คงจะรัก ใครๆ ก็คงจะชอบ และพอคนรัก คนชอบ เขาก็มองเราดูดีไปหมด บุคลิกภาพเลยดูดีตามไปด้วย พูดถึงคำว่า “รสนิยม” ต่ออีกนิด ถ้าเราสังเกตให้ดี คำคำนี้ชอบใช้พูดกันมาก โดยเฉพาะเวลาใคร่ทำอะไรถูกอกถูกใจเรา เช่น เขาแต่งตัวดี เราเรียกว่าแต่งตัวมีรสนิยมดี เขาถือกระเป๋ายี่ห้อดีเด่นดังยี่ห้อหนึ่ง ก็บอกแหม เขาเข้าใจเลือกของใช้ เช่น กระเป๋ายี่ห้อนั้น แสดงว่ารสนิยมดีมาก กลายเป็นอย่างนั้นไป

            5. ความสะอาด คนที่จะมีบุคลิกภาพดีนั้น เรื่อความสะอาดของร่างกาย เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายนับว่าสำคัญมาก ถ้าสกปรก บุคลิกภาพจะติดลบทันที ซึ่งเรื่องของความสะอาดนี้ บางคนรวมไปถึงเรื่องของสิ่งแวดล้อมรอบกาย เช่น ห้องทำงาน เครื่องมือเครื่องใช้อุปกรณ์ด้วย เรียกว่าต้องสะอาดไปหมด

            6. ความมีสง่าราศี เรื่องความมีสง่าราศีนี้ ถ้าจะแปลกันทีละคำ คำว่า “สง่า” หมายถึง “ผ่าเผย ผึ่งผาย ภาคภูมิดี มีภูมิฐาน น่าเกรงขาม น่าเคารพนับถือ” ส่วนคำว่า “ราศี” หมายถึง “ความสง่า ผิวพรรณมีน้ำมีนวลที่แสดงความมีบุญวาสนาของคน” สรุปรวมแบบผมก็คือ “เท่” แบบ “มาดเข้ม”

            7. ความเป็นผู้ดี พูดถึงความเป็น “ผู้ดี” ในความหมายนี้ หมายถึง คนที่กิริยาวาจาและจิตใจที่ดีงาม แต่บางคนที่เข้าใจผิดคิดว่าคนที่มั่งมีหรือคนที่มีตระกูลสูง หรือคนที่มีบรรดาศักดิ์เท่านั้นจึงเรียกว่า “ผู้ดี” ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะบุคคลเหล่านี้หากเขามีกิริยาวาจาหยาบคายและจิตใจทราม ก็หานับว่าเป็นผู้ไม่ดี อนึ่ง ความเป็น “ผู้ดี” นี้ห้ามเป็นผู้ดีแบบ “ผู้ดีแปดสาแหรก” ซึ่งหมายถึงคนที่หยิบหย่ง หรือคนดัดจริต ทำอะไรไม่เป็น ส่วนความเป็นผู้ดีจริงๆ จะต้องทำอย่างไรบ้าง ว่ากันว่าหนังสือเรื่อง “สมบัติผู้ดี” ได้สรุปไว้อย่างครบถ้วนทีเดียว ใครที่สนใจลองไปหาอ่านดู วันหลังก็ว่าจะอ่านเช่นกัน เผื่อจะได้ดีกับเขาบ้าง

            8. ความเป็นผู้มีวัฒนธรรม เรื่องของวัฒนธรรมนี้ คำว่า “วัฒนธรรม” หมายถึง “ลักษณะที่แสดงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความกลมเกลียวก้าวหน้าของชาติ และศีลธรรมของประชาชน” ดังนั้น ใครมีวัฒนธรรมก็ถือเป็นคนที่มีความเจริญงอกงาม เป็นคนน่านับถือ สำหรับการสร้างพลังเกี่ยวกับการมีวัฒนธรรมนี้ เขาว่าไม่ยาก เราอยู่ในสังคมไหน เขามีหลักการพิธีการสมาคมอย่างไร เราก็ทำตามเขา เขากิน เขาอยู่อย่างไร แต่งกายแบบไหน เราก็ทำตามแบบ “เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม” หรือ “อยู่กรุงโรม จงทำตัวเหมือนชาวโรมัน” นั่นแล

            9. ความเป็นผู้นำ การสร้างพลังแห่งบุคลิกภาพในข้อนี้ ก็คือการสร้างภาวะผู้นำ ซึ่งภาวะผู้นำเป็นอย่างไร นับว่าเป็นเรื่องพูดยาว แต่อย่างไรก็ตาม ใครอยากมีภาวะผู้นำขอให้นึกว่า ผู้นำ คือผู้ที่อาสาแก้ปัญหาให้คนอื่น และผู้นำ คือผู้เสียสละ

            10. ความเป็นมิตรไมตรี คนที่จะมีบุคลิกภาพผู้นำนั้น ต้องพยายามทำตัวให้ “ใครเห็นใครก็รัก” คนทักคนชม กว้างขวางในวงสังคม และประชาชนนิยมกันทั่วไป “ซึ่งการจะทำเช่นนั้นได้จะต้องเป็นคนที่มี “ความเป็นไมตรี” คือดีต่อผู้คนทั่วไป ไม่ว่าจะเข้าไปวงสังคมไหน ผู้คนต้องชื่อชอบ ชื่นชม มิใช้พอเข้าไปพวกวงแตกกระจาย อย่างนี้ก็ไม่ไหว

            สำหรับวิธีการสร้างไมตรีอย่างง่ายๆ คือการทำตัวให้เป็นคน “ยิ้มง่าย” สบายทัก รักผู้อื่น และตื่นเสมอ”

            บุคลิกภาพมีความสำคัญต่อผู้คนอย่างมาก เพราะอย่างที่บอก บุคลิกภาพจะเป็นสิ่งแรกที่คนภายนอกมองเห็น จะคาดเดาว่าเราเป็นคนอย่างไร

            ถ้าบุคลิกภาพของผู้นำดีก็จะมีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว พร้อมทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อถือแก่ผู้อื่นได้ด้วย


ที่มา : โพสต์ทูเดย์ วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2550