เขียนเล่าเรื่องให้รื่นรมย์

 

การเขียนเล่าเรื่อง

	“เราเดินดูปราสาทนครวัดอยู่หลายรอบหลายตลบ  ปล่อยให้บรรยากาศและชีวิตความเคลื่อนไหวแห่งโบราณกาลนั้น
แทรกซึมเข้าไปในตัวเราทีละน้อย    เรายิ่งดูไปก็ยิ่งเห็นอัศจรรย์ ในการก่อสร้างอันมหึมาที่ปราศจากเครื่องมือใด ๆ    
นอกจากแรงคน หินแต่ละก้อนที่เอามาก่อปราสาทนั้นมิใช่เล็ก ๆ ในสมัยปัจจุบันจะไม่มีใครนึกฝันที่จะใช้แรงคนยกและ
แบกหาม    ลายสลักและภาพต่าง ๆ นั้นละเอียดเป็นที่สุดที่แล้ว เมื่อปราสาทนั้นก่อเสร็จด้วยแรงคนนับหมื่นนับแสน   
 ก็จะต้องใช้ช่างฝีมือจำนวนนับพันเข้ามาแกะสลัก คิดดูแล้วก็เห็นว่าเกินกำลังดันทางศิลปเกินศรัทธา  และเกินความฝัน
ของมนุษย์ที่จะสร้างสรรค์สิ่งก่อสร้างอันใหญ่หลวงนี้ขึ้นมาได้ด้วยกำลังแขนกำลังขา  และด้วยเครื่องมือเพียงง่าย ๆ ตาม
แบบโบราณ ภายในเวลาเพียง 30 ปีเท่านั้น สิ่งเดียวที่ก่อกำเนิดและเร่งรัดการก่อสร้างนี้ไปจนสำเร็จเป็นรูปร่างขึ้นมาได้
ก็คือ    อำนาจ อำนาจที่เห็นแก่ตัวจนเคลิ้มฝันเห็นตัวเองเป็นเทวราชผู้ครองโลก.......”
	“เสียมเรียบเป็นเมืองเล็กนิดเดียว    แต่เรารู้สึกว่าพอได้เดินในเมืองเสียมเรียบสักสองสามรอบ เราก็รู้จักเขมรและ
เมืองเขมรขึ้นมากเอาการอยู่   เราข้ามแม่น้ำเสียมเรียบไปเดินเล่นกันตามชายฝั่งแม่น้ำ ตรงข้ามกับตัวเมือง ที่นั่นมีวัด
ใหญ่อยู่วัดหนึ่งมีกำแพงคอนกรีต    มีลานวัดโรยทรายสะอาดสะอ้าน มีโบสถ์คอนกรีตประดับกระจกแวววาว มีกุฏิตึก
มีการเปรียญตึกโอ่โถง    มีอะไรเป็นตึกที่คงไม่พลาดจากโรงเรียนนักธรรม ความจริงวัดนี้มีอะไรทุกอย่างที่จะถูกใจ
สมภารบ้านนอก    เราเห็นวัดนี้สะอาดสะอ้านร่มเย็นดีก็เดินเข้าไปเที่ยวชวนกันหยุดไหว้พระที่หน้าโบสถ์หน่อยหนึ่ง แล้วก็
เดินต่อไป เสียงพระหลายองค์กำลังว่าคาถาอะไรซ้ำ ๆ เป็นทำนองอยู่ เราก็คิดว่าท่านกำลังท่องสวดมนต์  พวกเราสามคน
เคยบวชมาแล้วคือครูกับผมบวชวัดบวรฯ คุณประหยัดบวชวัดประยูรวงศ์ คุณประยูรคนเดียวที่ยังเป็นคนดิบ  ฉะนั้นเสียง
ข้างมากของเราเมื่อได้ยินเสียงพระสวดมนต์ก็อดไม่ได้ อยากจะฟังว่าท่านสวดอะไรกันจึงชวนกันย่องไปยืนใกล้  ๆ ตึกอะไร
ที่หน้าตาเหมือนโรงเรียนนักธรรมนั่น เพราะท่านกำลังท่องกันอยู่ในนั้น    เรายืนอยู่เป็นนานพยายามจับคำว่า ท่านท่องคาถา
อะไรกันแน่ พอจับคำได้แล้วเราก็เดินกลับ
พระวัดนั้นท่านกำลังท่องสูตรคูณ เป็นภาษาฝรั่งเศส!”
	ข้อความข้างต้น คัดมาจากหนังสือ   “ถกเขมร” ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ท่านเขียนเรื่องนี้เมื่อครั้งไปเที่ยวเมือง
เขมรเมื่อ    40 ปีก่อน ก่อนหน้าที่เขมรจะมีสงครามภายในและรบกันจนบ้านเมืองพังพินาศ อ่านแล้วให้ความรู้สึก
เพลิดเพลินเหมือนได้ไปเที่ยวเมืองเขมรกับท่านผู้เขียนด้วย    ผู้เรียนสังเกตไหมว่า ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ท่านมีวิธีการเล่าเรื่อง
การไปเที่ยวธรรมดา    ๆ ให้น่าอ่าน ชวนให้ติดตาม เพลิดเพลิน ไม่รู้เบื่อ การเขียนเรื่องทำนองนี้แหละที่เรียกว่า  
เล่าเรื่องให้รื่นรมย์ หรือการเขียนบรรยายเรื่องราว หรือการเล่าเหตุการณ์
	การเขียนบรรยายเรื่องราวหมายถึง    การเล่าเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อถ่ายทอดให้ผู้อื่นรู้และเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น   
เป็นการเขียนที่มุ่งให้ผู้อ่านทราบว่า ใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร และผลเป็นอย่างไร    นั่นคือเล่าเหตุการณ์ต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้น
จนจบ การเขียนลักษณะนี้ เราจะพบได้จากข่าวในหนังสือพิมพ์    นวนิยาย เรื่องสั้นหรือนิทาน การเขียนเรื่องราวจากประสบการณ์
หนึ่ง ซึ่งอาจจะออกมาในรูปของจดหมายหรือบันทึก    นอกจากนี้ยังจะพบได้ในหนังสือสำหรับเด็กที่มีการวางโครงเรื่องนั้น
	การเขียนบรรยายเรื่องราวจะต้องประกอบด้วยส่วนสำคัญ    2 ส่วน คือ

1. บุคคล หรือตัวละคร
2. เหตุการณ์ในเรื่อง หมายถึงการกระทำของบุคคลหรือตัวละครนั้น ๆ

ตัวอย่าง การเขียนบรรยายเรื่องราวหรือการเขียนเล่าเหตุการณ์

(ตัวอย่างที่ 1)

นกขุนทองร้อง “สวัสดีเจ๊า...” เมื่อพบเจ้าของ

		รายงานข่าวในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่  5  มกราคม นี้เอง แจ้งเรื่อง นกขุนทองตัวหนึ่งของบ้านที่ถนนพหลโยธิน 
หายไปพร้อมนกเอี้ยงอีกสองตัว    เจ้าของจึงแจ้งความตำรวจและไปสืบหาที่สวน จตุจักร ทางบริเวณค้าสัตว์ปีก พบนก
ขังกรงอยู่ในร้านแห่งหนึ่ง    นกมีอาการหงอยเหงา พอพบเจ้าของนกขุนทองซึ่งเป็นพันธุ์แสนรู้พูดได้ ก็ร้องอย่างคุ้นเคย
ว่า “ข้าวเหนียวไก่ย่างร้อน ๆ มาแล้วจ้ะ...” และ “สวัสดีเจ๊า” ผู้เป็นเจ้าของก็จำได้    จึงบอกให้นายตำรวจที่ไปด้วยจับกุม
เจ้าของร้าน ได้ความว่า รับซื้อมาจากผู้อื่นในราคา  4,500  บาท และออกขายในราคา 15,000 บาท พ่อค้านกจึงตก
เป็นผู้ต้องหารับซื้อของโจร
																													“เก็บข่าวมาเล่า”    สตรีสาร 44/45

(ตัวอย่างที่ 2)

		วันอาทิตย์เป็นวันที่เรามีความสุขที่สุดในโลกตรงที่ไม่ต้องไปโรงเรียน  และเราอาจออกไปที่ทุ่งนาได้ถ้าแม่อนุญาต 
หน้าฝนอย่างนี้ทุ่งนาเขียวสะพรั่ง มีน้ำเต็มและมีปูปลามากมาย  วันอาทิตย์ใดที่ตรงกับวันพระ ทั้งพี่และฉันจะเศร้าใจ
อย่างยิ่ง แม่ห้ามไม่ให้เราทำบาปในวันพระและจะถือเป็นเรื่องบาปอย่างแรง    ถ้าหากว่าเราจะไปตกปลาในวันพระที่นั่น
ไม่มีใครเขาทำกัน วันนั้นไม่ใช่วันพระ แต่ก็น่าแปลกที่ฉันไม่อยากออกไปนาเช่นเคย    แต่กลับเกาะอยู่กับจักรแม่ ดูแม่
เย็บผ้า นาน ๆ จึงจะออกมาเฝ้าดูนกสักที แต่ก็น่าเบื่อ    ไม่มีอะไรมากกว่ามองขึ้นไปเห็นใบจำปาเขียวสดกับนาน ๆ จึง
จะเห็นนกเล็ก ๆ บินปร๋อออกไป    อาจจะเป็นนกตัวผู้ที่ไปหาตัวแมลงให้ตัวเมีย เมื่อไรมันจะมีลูก 
		ฉันเฝ้าแต่นึก...สักครู่อาฟื้นก็มาถึง...อาแบกขวานมาด้วย   “เอามาทำไมน่ะอา” “พ่อเขาให้มาตัดต้นไม้” 
“ต้นไม้ไหนล่ะอา” “ต้นจำปา” เย็นนั้นฉันไม่ยอมกินข้าว   แผลงฤทธิ์ต่าง ๆ นานาจนใคร ๆ ระอากันไปตามกัน อาทุกคน
รวมทั้งก๋งเข้ามาปลอบโยน “นกของหนู นกของหนู” ฉันร่ำร้องอยู่แค่นั้น รังของมันตกลงมาที่นอกชาน เมื่อต้นจำปาล้มลง
มาไข่เล็ก ๆ ที่เป็นสีขาวจุดน้ำตาลแหลกละเอียดใกล้ ๆ กับรังน้อย ๆ ที่มันสานอย่างประณีต...พ่อได้นอกชานใหม่ที่มีหลังคา
มุงเรียบร้อย ฉันจะไม่ได้นอนดูดาวอีกต่อไป จะไม่ได้เก็บดอกจำปาไปฝากเพื่อนที่โรงเรียน จะไม่มีต้นจำปาที่สูงชะลูดขึ้นไป
กับท้องฟ้าสีคราม  จะไม่มีนกเล็ก ๆ กับรังและไข่ของมันอีกต่อไป เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันรู้จักความทุกข์”
	     																								“สวนสัตว์” สุวรรณี สุคนธา

การเขียนบรรยายเรื่องราวหรือเขียนเล่าเหตุการณ์ให้น่าอ่าน

มีหลักที่เขียนควรคำนึงถึงดังต่อไปนี้ กำหนดเค้าโครงเรื่องและลงมือเขียนโดย

1. กำหนดเค้าโครงเรื่องและลงมือเขียนโดย

1.1 พิจารณาเลือกหัวข้อเรื่อง เรื่องที่จะนำมาเขียนเล่าเหตุการณ์นั้นควรเป็นเรื่องที่มีจุดน่าสนใจอย่างใด
อย่างหนึ่ง จุดที่น่าสนใจนี้อาจจะเป็นจุดที่ให้แง่คิดแก่ผู้อ่าน หรือเป็นเรื่องที่กำลังอยู่ในความสนใจของผู้อ่าน เป็นเรื่องแปลกใหม่ที่ผู้อ่านยังไม่เคยรับรู้

1.2 กำหนดจุดมุ่งหมาย และแนวคิดสำคัญของเรื่อง ผู้เขียนจะต้องรู้ตัวเสมอว่าจะเขียนเพื่ออะไร ผู้อ่านจะได้อะไรเมื่ออ่านจบ

1.3 วางโครงเรื่องโดยลำดับความคิดว่าจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร อะไรควรเขียนก่อน อะไรควรเขียนหลัง เนื้อเรื่องประกอบด้วยข้อมูลอะไรบ้าง สอดคล้องกับหัวข้อเรื่องที่วางไว้หรือไม่

1.4 เขียนตามลำดับความคิด คือเขียนตามโครงเรื่องที่กำหนดไว้โดยใช้ถ้อยคำที่ถูกต้องเหมาะสม ในช่วงนี้อาจมีการปรับโครงเรื่องให้เหมาะสมได้ แต่ไม่ควรออกนอกแนวคิดที่วางไว้มากนัก เพราะจะทำให้โครงเรื่องที่วางไว้ขาดเอกภาพและสัมพันธภาพอันมีผลให้เรื่องเล่านั้นไม่น่าอ่าน ไม่น่าสนใจ

2. คิดหากลวิธีในการนำเสนอให้น่าสนใจ เนื้อเรื่องแม้จะเตรียมมาดี อย่างไรก็ตามหากขาดกลวิธีในการ จูงใจผู้อ่านให้สนใจเรื่องนั้น อาจจะกลายเป็นเรื่องที่น่าเบื่อไปเสียได้ กลวิธีในการนำเสนอให้น่าสนใจนั้น
อาจทำได้หลายวิธี เช่น

2.1 นำเสนอโดยเรียงเหตุการณ์ตามปฏิทินเหตุการณ์ใดเกิดก่อนกล่าวถึงก่อน เหตุการณ์ใดเกิดหลังกล่าวต่อลำดับกันไป เช่น การเล่าเรื่องประวัติบุคคล จะเริ่มตั้งแต่เกิด หรือช่วงเยาว์วัย เรื่อยมาจนกระทั่งถึงเหตุการณ์ปัจจุบัน หรือถึงแก่กรรมในบั้นปลาย

2.2 นำเสนอโดยยกเหตุการณ์ที่น่าสนใจที่สุดมาเป็นบทนำและอาจมีการเล่าเรื่องย้อนหลังเพื่อให้ผู้อื่นทราบ
เหตุการณ์
ที่ผ่านมา และเล่าเรื่องต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน สลับกันไปมา การเล่าเหตุการณ์ลักษณะนี้มักจะนำ
ไปใช้ใน นวนิยาย หรือเรื่องสั้น เช่น เรื่องข้างหลังภาพของศรีบูรพา

2.3 อาจตั้งเป็นประโยคคำถาม แล้วมีคำตอบเสนอเป็นเรื่องราวต่อเนื่องกัน หรืออาจจะนำเสนอเป็นการถามตอบบรรยายถึงเหตุการณ์ที่ผู้เขียนเชิงบรรยาย เป็นต้น