เขียนแสดงความรู้สึกและแสดงข้อคิดเห็น

 

การเขียนแสดงความรู้สึก

	ภาษานอกจากจะทำหน้าที่สื่อสารเพื่อให้ทุกคนเข้าใจเรื่องราวซึ่งกันและกันแล้ว    ภาษายังทำหน้าที่สื่อสารความรู้สึกและ
ความคิดอีกด้วย สารที่เป็นความรู้สึกหรือความคิดเป็นสารที่มีลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล เพราะความรู้สึกหรือความคิด
แต่ละบุคคลย่อมไม่เหมือนกัน แต่บอกไม่ได้ว่าใครรู้สึกมากหรือน้อยกว่ากัน ความรูสึกของคนเราจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อตนเอง
มีความหลังกับสิ่งนั้น ๆ หรือเราเอาหัวใจไปผูกพันกับสิ่งที่จะกระตุ้นให้เราเกิดความสะเทือนใจ
	สิ่งที่กระตุ้นความรู้สึก    หมายถึง สถานที่ วัตถุ สถานการณ์ ความคิดเห็นบางประการ บุคคลตลอดจนสิ่งต่าง ๆ ที่เราเคย
ประสบมา ทั้งในอดีตหรืออาจจะเพิ่งเกิดขึ้น และสิ่งนั้นคอยกระตุ้นให้จิตใจเราไหวสะเทือนไปด้วย
	ความสะเทือนใจ    หมายถึง ความรู้สึกและอารมณ์ทุกอย่างไม่ว่าจะดีใจ เสียใจ เศร้าใจ ขบขัน รังเกียจ    หวาดกลัว โกธร 
เคียดแค้น เป็นต้น

หลักการเขียนแสดงความรู้สึก

การเขียนแสดงความรู้สึก มีขั้นตอนดังนี้

1. รู้จักสะสมคำ

	การสะสมคำ    เป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้เราเลี่ยงนิสัยการคิดติดอยู่กับถ้อยคำที่ใช้กันทั่ว ๆ ไป    จนไม่มีความแปลกใหม่ เช่น 
ท้องฟ้าสีคราม ผ้าขาวดุจสำลี ดำเหมือนถ่าน เป็นต้น
	การหลีกเลี่ยงการใช้คำดาด    ๆ จะทำให้เรามีความคิดกว้างขวางขึ้น รู้จักเลือกใช้คำเพื่อให้ผู้อ่านเกิดจินตนาการและ
ความรู้สึกตามด้วย
	วิธีสะสมคำนั้น    ควรจดไว้ในสมุดที่พกติดตัวได้ เพื่อสะดวกในการนำไปด้วยเมื่อได้เห็นและได้ยินถ้อยคำแปลก    ๆ 
ไม่เคยใช้มาก่อน เราก็จดไว้ เมื่อจดแล้วก็ต้องนำมาใช้ด้วยเพื่อกันลืม

2. ฝึกใช้คำบอกความรู้สึก

	คำที่ใช้บอกความรู้สึกมีมากมายทั้งในความรู้สึกที่ดี    และที่ไม่ดี ความรู้สึกที่ดี เช่น รัก ชอบ พอใจ ถูกใจ ตื้นตันใจ
ยินดีปรีดา อบอุ่น ชื่นชม ยินดี ประทับใจ เป็นต้น
	ความรู้สึกที่ไม่ดี    เช่น โกธร เกลียด หวาดหวั่น ว้าเหว่ หวาดกลัว ข้องใจ อึดอัด อิจฉา ช้ำใจ เศร้าโศก    เคียดแค้น ชิงชัง เป็นต้น
	คำบอกความรู้สึกเหล่านี้    ถ้าเรานำมาใช้แล้วข้อความที่เราเขียนทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกคล้อยตามก็แสดงว่างานเขียนของเรา
ใช้ได้ แต่ถ้าผู้อ่านยังไม่เกิดความรู้สึกอย่างที่เราคาดหวังเราก็คงต้องฝึกต่อไปอีก

3. การใช้ถ้อยคำมาเปรียบเทียบเพื่อแสดงความรู้สึก

	การเขียนแสดงความรู้สึกนั้น    บางครั้งเราได้พบเห็นสิ่งที่เคยฝังใจในอดีต ทำให้เกิดความสะเทือนอารมณ์ จึงเขียนแสดง
ความรู้สึกได้ เช่น เล่าความรู้สึกเสียใจที่สุดในชีวิต บรรยายความรู้สึกสนุกตื่นเต้นที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ
บรรยายความรู้สึกสงสารสัตว์เลี้ยง หรือสัตว์ป่าที่ถูกทำร้าย

กลวิธีในการเขียนแสดงความรู้สึก

1. รูปแบบ กลวิธีการเขียนแสดงความรู้สึกมีหลายรูปแบบ ไม่เฉพาะเจาะจงวิะใดวิธีหนึ่งอาจจะเป็นการเขียนประโยคสั้น ๆ แต่ใช้ภาษาที่มีความหมายลึกซึ้ง หรืออาจจะเขียนเป็นเนื้อความยาว ๆ แบบความเรียง เช่น เขียนจดหมาย เขียนแสดงความประทับใจ เรื่องใดเรื่องหนึ่งลงพิมพ์ในหนังสือ เป็นต้น

2. ภาษาที่ใช้ การเขียนแสดงความรู้สึกความสำคัญอยู่ที่การใช้ภาษา ภาษาที่ใช้ต้องทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกร่วมด้วยไม่ว่าจะเป็นความเศร้าเสียใจ ดีใจ ตื่นเต้น สนุกสนาน ประทับใจ โกธร เกลียด การเลือกใช้คำในการเขียนถือได้ว่าเป็นหัวใจของการเขียนแสดงความรู้สึก

ประโยชน์ของการเขียนแสดงความรู้สึก

การเขียนแสดงความรู้สึกนั้นนอกจากจะเป็นการบอกความรู้สึกและความคิดของเราแล้วยังเป็นการแสดงออกซึ่งการมีมนุษย์สัมพันธ์อันดีต่อกัน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ห่างไกลกันอาจเตือนความสัมพันธ์และแสดงความรู้สึกได้ด้วย เช่น บัตรอวยพร จดหมาย ฯลฯ

การเขียนแสดงความคิดเห็น

	การเขียนแสดงความคิดเห็นเป็นการเขียนที่ประกอบด้วยเหตุผล    มีข้อมูลมีหลักฐานที่ผู้อื่นจะเชื่อถือได้
	การเขียนแสดงความคิดเห็นมีหมายรูปแบบ    บางครั้งก็เขียนออกมาในรูปของจดหมาย บทความ บันทึก 
บรรยายพรรณนา ฯลฯ การเขียนในลักษณะดังกล่าวหากเขียนเพื่อลงพิมพ์ในสื่อมวลชน งานเขียนนั้นจะต้อง
ได้รับการกลั่นกรองมาเป็นอย่างดี ภาษาที่ใช้ต้องสุภาพและไม่ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย

หลักการเขียนแสดงความคิดเห็น

การเขียนแสดงความคิดเห็น ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วน คือ

1. ที่มา คือ ส่วนที่เป็นเรื่องราวต่าง ๆ หรือต้นเรื่องที่ผู้เขียนต้องการจะแสดงความคิดเห็นที่มาของการแสดงคิดเห็นจะช่วยให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องแสดง
ความคิดเห็น ส่วนนี้จะช่วยให้ผู้รับสารเข้าใจเรื่องราว และพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นนั้น

2. ข้อสนับสนุน คือข้อเท็จจริง หลักการรวมทั้งข้อมูลอันเป็นความคิดเห็นของผู้อื่นที่ผู้แสดงความคิดเห็นนำมาประกอบเพื่อให้ความคิดเห็นของตนมี
น้ำหนักน่าเชื่อถือ

3. ข้อสรุป คือ สิ่งที่ต้องการสื่อให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านยอมรับหรือนำไปปฏิบัติ ข้อสรุปอาจเป็นข้อเสนอแนะ ข้อสันนิษฐาน หรือการประเมินค่าซึ่งผู้แสดงความคิดเห็นนำเสนอ

วิธีเขียนแสดงความคิดเห็น

ในการเขียนแสดงความคิดเห็นนั้น ผู้เขียนต้องนึกถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล คนจะเชื่อหรือไม่เชื่อเรื่องที่เขียนขึ้นนั้น ก็เพราะความรู้ประสบการณ์ ความเชื่อ และค่านิยมของบุคคลนั้น ๆ อย่างเช่นคนไม่เชื่อเรื่องผี ถ้ามีผู้แสดงความคิดเห็นและพยายามที่จะให้เชื่อเรื่องผีก็ย่อมเป็นไปได้ยาก การแสดงความคิดเห็นจึงจำเป็นต้องอาศัยวิธีการในการเขียนเพื่อให้บุคคลเชื่อถือความคิดเห็นของเรา

วิธีการเขียนจึงต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

1. ประโยชน์ ความคิดเห็นที่ดีต้องมีประโยชน์และมีคุณค่าต่อผู้อ่าน ประโยชน์ในที่นี้ต้องเป็นประโยชน์ต่อบุคคลส่วนใหญ่ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

2. ความสมเหตุสมผล ความคิดเห็นที่ดีต้องมีความสมเหตุสมผล ข้อสนับสนุนต้องมีน้ำหนัก น่าเชื่อถือเป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไป กรณีตัวอย่างที่นำมาอ้างต้องเป็นตัวแทนของกรณ๊ทั้งหมดได้อย่างแท้จริง

3. ความเหมาะสมกับผู้รับสารและกาลเทศะ โดยปกติแล้วการแสดงความคิดเห็นจะต้องเขียนเพื่อให้บุคคลหรือชุมชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอ่าน บางเรื่องอาจนำเสนอแก่สาธารณชนได้ แต่บางเรื่องก็ไม่สมควรแสดงต่อบุคคลทั่วไป ผู้เขียนจึงต้องพิจารณาเพื่อนำเสนอได้ถูกต้องกับกาลเทศะ

4. การใช้ภาษา ภาษาที่ใช้ต้องแจ่มแจ้งแม่นตรงตามความต้องการ และเหมาะสม