เขียนดีมีคุณค่า

เขียนดีมีคุณค่า
การเขียนคือ การแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึก และความต้องการของผู้ส่งสารออกไปเป็นลายลักษณ์อักษร
เพื่อให้ผู้รับสารสามารถอ่านเข้าใจได้ รับทราบความรู้ ความคิด ความรู้สึก และความต้องการเหล่านั้น ถ้ามนุษย์ไม่รู้จักเขียน
ก็ไม่สามารถถ่ายทอดความรู้ ความคิด และประสบการณ์แก่บุคคลชั้นหลังๆได้โดยถูกต้องสมบูรณ์ การถ่ายทอดโดยวิธีเล่า
ปากต่อปากหรือที่เรียกว่ามุขปาฐะ อาจทำให้สารตกหล่น หรือคลาดเคลื่อนได้ง่าย ในการเขียนภาษาไทยมีแบบแผนที่ต้องรักษา
มีถ้อยคำสำนวนสำหรับใช้โดยเฉพาะ ต้องเขียนให้แจ่มแจ้ง เพราะผู้อ่านไม่สามารถไต่ถามผู้เขียนได้เมื่ออ่านไม่เข้าใจ
ผู้ที่จะเขียนให้ได้ดีจำเป็นต้องเลือกใช้ถ้อยคำให้เหมาะแก่ผู้รับสารโดยพิจารณาว่าผู้รับสารสามารถรับสารที่ส่งมาให้ได้
มากน้อยเพียงใด
             การเขียนจะมีประสิทธิภาพหรือไม่เพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับผู้เขียนในฐานะที่เป็นผู้ส่งสาร  ผู้เขียนจำเป็นต้องมีความ
สามารถหลายอย่างประกอบกัน ดังนี้ 1. มีความรู้ดีพอในเรื่องที่ตนเขียน และมีวัตถุประสงค์ของตนเองแจ่มแจ้งว่าตนส่งสารเพื่อเหตุใด
และใคร่ให้ผู้รับสารรับได้ว่าสารของตนคืออะไร 2. เลือกรูปแบบเหมาะกับเนื้อหา เช่น การสั่งสินค้าต้องเขียนเป็นรูปจดหมายกิจธุระที่สั้นและชัดเจน
3. ใช้ถ้อยคำสำนวนเหมาะกับเนื้อหา โดยคำนึงถึงเพศ วัย ความรู้และประสบการณ์ 4. ใช้ถ้อยคำสำนวนที่มีความหมายชัดเจน เพื่อจะทำให้สื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ 5. ใช้ถ้อยคำสำนวนอันเป็นที่ยอมรับว่าเป็นภาษาสุภาพ ซึ่งนิยมใช้เป็นภาษาเขียนโดยทั่วไป
             การเขียนแสดงความรู้สึก    เป็นศิลปะการเขียนที่ต้องอาศัยกระบวนการคิด กระบวนการเขียน ผสมผสานกับความสามารถ
ในการเลือกสรรคำ    หรือสำนวนเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกอย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ    เพื่อให้เกิดความชำนาญ
นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้
การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็น
การเขียนแสดงความคิดเห็นเป็นการถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นภาษาเขียนที่ชัดเจน สามารถสื่อสาร
ให้ผู้อ่านรับรู้ความคิดนั้นได้ถูกต้องครบถ้วนและเป็นลำดับ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับการเขียนทุกประเภท จึงควรฝึกฝน
ให้เกิดความชำนาญ สามารถแสดงความคิดเห็นได้ถูกต้อง
การเขียนเพื่อติดต่อสื่อสาร
การเขียนเพื่อติดต่อสื่อสารเป็นการนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันโดยตรง จำเป็นต้อง
ฝึกฝนให้เกิดความรู้ความชำนาญ สามารถเขียนเพื่อติดต่อสื่อสารได้ถูกต้องทั้งรูปแบบและถ้อยคำสำนวน เพื่อให้
การสื่อสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
การเขียนเพื่อติดต่อสื่อสารอาจเขียนได้ในรูปแบบของ - การเขียนจดหมาย - การเขียนประกาศ แถลงการณ์
            การเขียนจดหมาย
            การเขียนจดหมายช่วยให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสะดวกและประหยัด    การเขียนจดหมายมีรูปแบบ
การเขียนที่แตกต่างกันตามประเภทของจดหมาย ส่วนภาษาสำหรับเขียนลงในจดหมายควรกะทัดรัด ชัดเจน เข้าใจง่าย
สละสลวย ใช้คำสุภาพ และควรใช้คำขึ้นต้น คำลงท้าย ตลอดจนใช้สรรพนามให้ถูกต้องเหมาะสม
           ประเภทของจดหมายแบ่งเป็น
           1. จดหมายส่วนตัว
              2. จดหมายกิจธุระ
              3. จดหมายธุรกิจ
              4. จดหมายราชการ
           กลวิธีในการเขียนจดหมาย
           1. เขียนด้วยถ้อยคำตรงไปตรงมา    แต่ไม่ห้วน เพื่อให้ผู้รับจดหมายได้ทราบเรื่องอย่างรวดเร็ว การเขียนแบบนี้
มักใช้ในการเขียนจดหมายกิจธุระ และจดหมายธุรกิจ รวมทั้งจดหมายราชการ
2. เขียนเชิงสร้างสรรค์ควรเลือกเฟ้นถ้อยคำให้น่าอ่าน เขียนด้วยความระมัดระวัง การเขียนแบบนี้ใช้กับ
จดหมายส่วนตัว
           มารยาทในการเขียนจดหมาย
          1. เลือกกระดาษและซองที่สะอาด    ถ้าเป็นกระดาษสีควรใช้สีสุภาพ
             2. ไม่เขียนด้วยดินสอดำหรือหมึกสีแดง    ไม่ขีดฆ่า ขูด ลบ หรือเขียนทับลงไป พยายามเขียนให้ชัดเจน กะระยะ
ให้ข้อความอยู่ในที่พอเหมาะกับหน้ากระดาษ
3. จดหมายที่เขียนติดต่อเป็นทางการต้องศึกษาว่าควรจะส่งถึงใคร ให้ถูกต้องตามตำแหน่งหน้าที่และสะกดชื่อ
นามสกุล ยศ ตำแหน่งของผู้นั้นให้ถูกต้อง
4. การเขียนจดหมายต้องแสดงความสำรวมให้มากกว่าการพูด 5. ใช้คำขึ้นต้นและคำลงท้ายให้เหมาะสมแก่ผู้รับตามธรรมเนียม 6. พับจดหมายให้เรียบร้อยบรรจุซองและจ่าหน้าซองให้ชัดเจนที่มุมซองบนด้านซ้ายมือหรือหลังซองควรเขียน
นามผู้ส่ง และตำบลที่อยู่ให้ชัดเจน ต้องติดตราไปรษณียากรให้ถูกต้องตามอัตราที่ทางราชการกำหนด
7. เมื่อได้รับจดหมายจากผู้ใดจะต้องตอบรับโดยเร็วที่สุด การละเลยไม่ตอบจดหมายเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง
การเขียนประกาศและแถลงการณ์
           การเขียนประกาศและแถลงการณ์มีจุดประสงค์อย่างเดียวกัน    คือต้องการแจ้งข่าวสารให้สาธารณชนทราบ
ทางหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ป้ายประกาศ ถ้าจะเปรียบเทียบกันแล้วแถลงการณ์มักจะเป็นเรื่องที่สำคัญกว่าประกาศ
เพราะแถลงการณ์ หมายถึง ข้อเท็จจริง ผลได้ผลเสียของคนส่วนใหญ่ หรือเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของคนทั้งประเทศ
ส่วนประกาศนั้นจะมีตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ เช่น ประกาศชื่อนักกีฬาดีเด่นประจำปี
เป็นต้น ส่วนใหญ่แง่ของวิธีเขียน และการใช้ถ้อยคำภาษาทั้งประกาศและแถลงการณ์มีลักษณะเหมือนกัน คือใช้ภาษาที่
เป็นแบบแผนและมีขั้นตอน การเขียนโดยเริ่มต้นบอกเหตุผลที่ต้องแจ้งแล้วจึงลำดับเนื้อความว่าใคร หรือหน่วยงานใด
มีแนวปฏิบัติอย่างไร เมื่อไร พร้อมวัน เวลาสถานที่อย่างชัดเจน ผู้เรียนสามารถศึกษาเรื่องประกาศเพิ่มเติมได้จากเอกสาร
เสริมท้ายชุดนี้