การพัฒนาความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ความหมายและความสำคัญ

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 การติดต่อสื่อสารทำได้ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ในโลก มีผู้รู้กล่าวว่าปัจจุบัน เป็น
“ยุคของข่าวสารข้อมูล” การติดต่อสัมพันธ์ระหว่างประเทศทำได้กว้างขวางขึ้น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลก
เป็นการเปลี่ยนแปลงในลักษณะ “ทั้งโลก” ทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจการเมืองและสิ่งแวดล้อม ประเทศไทย
เป็นสมาชิกของประเทศในโลกประเทศหนึ่ง ซึ่งได้มีการพัฒนาความสัมพันธ์ของประเทศในโลกมาเป็นลำดับ

1. ความหมายของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

“มนุษย์เป็นสัตว์สังคม”โดยธรรมชาติมนุษย์ มีแนวโน้มในการอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ คบหาสมาคมกัน จัดระเบียบทางสังคมเศรษฐกิจ และการอยู่ร่วมกันในสังคมแล้วยังมีการข้ามไปสัมพันธ์กับกลุ่มอื่น สังคมอื่นข้ามไปสัมพันธ์กับรัฐอื่น

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หมายถึง การแลกเปลี่ยนปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นข้ามพรมแดนของประเทศใน
ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง

2. ขอบเขตของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ขอบเขตของความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเรื่องต่อไปนี้

    1. ความสัมพันธ์ทางสังคม เป็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีวัตถุประสงค์ เช่น การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม
      การศึกษา การศาสนา การท่องเที่ยว กิจกรรมที่ได้ดำเนินการ เช่น การแลกเปลี่ยนทุนการศึกษา การแสดง
      นาฏศิลป์ของแต่ละประเทศไปเผยแพร่ตามประเทศอื่น
    2. ความสัมพันธ์ทางการเมือง เป็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ระหว่างประเทศ
      เช่น การทูต การทหาร การแทรกแซงทางการเมือง การกำหนดนโยบายระหว่างประเทศ
    3. ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ เป็นความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับการ “แลกเปลี่ยน” ทรัพยากร หรือ บริการ เช่น
      การซื้อขาย การกู้ยืม ประเทศไทยมีความต้องการด้านอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีใหม่ ในขณะเดียวกัน
      ประเทศทางยุโรปต้องการวัตถุดิบและน้ำมันจากตะวันออกกลาง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ รวมถึงการ
      ตั้งกฎเกณฑ์ในเรื่องภาษีศุลกากร รวมทั้งการปิดล้อมทางเศรษฐกิจ
    4. ความสัมพันธ์ทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี เป็นความสัมพันธ์ที่มีวัตถุประสงค์ในการแลกเปลี่ยนพัฒนา
      ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีในการใช้ประโยชน์ร่วมกันในการแก้ปัญหาของชาวโลก เช่น
      การส่งเสริมค้นคว้า ทดลองด้านวิทยาศาสตร์ในการป้องกันโรคมะเร็ง หรือการประชุมสัมมนาด้าน
      วิทยาศาสตร์ ระหว่างประเทศ
    5. ความสัมพันธ์ทางกฎหมาย เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างพรมแดนมากขึ้น ปัญหาหรือการกำหนดสิ่งที่ปฏิบัติ
      ร่วมกันต้องเกิดขึ้น เช่น เกิดสัญญา กติกา หรือข้อตกลงเกี่ยวกับน่านน้ำสากลระหว่างไทยกับเวียดนาม
      เป็นต้น

สาเหตุของความร่วมมือระหว่างประเทศ

สมัยก่อนความร่วมมือระหว่างรัฐเป็นการร่วมมือแบบชั่วคราว ในกรณีการทำสงครามระหว่างรัฐ
เป็นการร่วมมือเพื่อให้เกิดสันติภาพชั่วคราว ปัจจุบันการร่วมมือระหว่างประเทศมีลักษณะจริงจังถาวร
มีวิธีการปฏิบัติระหว่างประเทศ มีลักษณะจริงจังถาวร มีวิธีการปฏิบัติระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบ สาเหตุที่ทำให้ประเทศในโลกร่วมมือกัน มีดังนี้

    1. ความสูญเสียที่เกิดจากสงคราม ผลที่เกิดจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 สงครามเกาหลี สงคราม
      เวียดนาม เป็นสาเหตุให้นักวิเคราะห์ของประเทศต่าง ๆ ในโลก สรุปได้ว่า เป็นความสูญเสีย
      ต่อทรัพยากรและประชาชนเป็นจำนวนมาก และไม่คุ้มประโยชน์ในการทำสงคราม
    2. อิทธิพลของแนวคิดทางการเมืองและสันติภาพ มีนักปรัชญาหลายท่านได้เขียนแนวคิดแห่งสันติภาพ
      ของโลกว่า การหลีกเลี่ยงการทำสงครามอาจทำได้ในลักษณะของการจัดตั้งองค์กรระหว่างประเทศ
    3. ความจำเป็นด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ประเทศทั่วโลกได้ติดต่อค้าขายกันมากขึ้น มีกฎหมาย ระเบียบ
      กติการะหว่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ความร่วมมือโดยผ่านองค์กรระหว่าง
      ประเทศในเรื่องการเดินอากาศ การเดินเรือ การคุ้มทางการทูต และกฎหมายทะเล การพึ่งพาอาศัยกัน
      ที่เห็นได้ชัดเจน เช่น กลุ่มประเทศยุโรปอาศัยน้ำมันทางตะวันออกกลาง ถ้ากลุ่มโอเปคขึ้นราคาน้ำมัน
      ผลก็จะกระทบต่อประเทศอุตสาหกรรมหลายประเทศทั่วโลก
    4. ภัยคุกคามของมนุษยชาติ มีสิ่งบอกเหตุหลายประการที่ทำให้ประเทศในโลกต้องร่วมมือกัน เช่น ภัยจาก
      สงคราม ภัยจากการเพิ่มของประชากรโลก ภัยจากความยากจน ปัญหามลพิษที่เกิดจากดิน น้ำ และอากาศ
    5. ความหวังของมนุษย์โลก มนุษย์ในโลกเป็นผู้มีเหตุผล ผู้รู้หลายสาขา นักปรัชญา ได้ศึกษาหาเหตุผลและแนวทาง
      ในการสร้างกฎระเบียบ แนวทางให้มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างสมบูรณ์พูลสุขและมีสันติภาพ หลายประเทศ
      ได้ตั้งองค์กรทดลองวิทยาศาสตร์เพื่อค้นคิด

ตัวอย่างกลุ่มกรีนพีช (Green peace) ซึ่งเป็นกลุ่มเรียกร้องสันติภาพ ลดอาวุธนิวเคลียร์ และพิทักษ์สิ่งแวดล้อม
และสัตว์ที่กำลังจะสูญพันธุ์

ลักษณะของความร่วมมือ

ความร่วมมือระหว่างประเทศมีลักษณะดังนี้

    1. ทางการทูต
    2. แนวคิดเกี่ยวกับการทูตได้มีมานาน มีการแลกเปลี่ยนทางการทูต พื้นฐานทางการทูตอยู่บนรากฐานเกี่ยวกับ
      ผลประโยชน์ของรัฐใน ค.ศ.18-19 ผู้แทนของอังกฤษ ลอร์ด ปาล์มเมอร์ สโตน กล่าวว่า “ไม่มีมิตรและศัตรูที่ถาวร” ดังนั้นสถานทูตเปรียบเหมือนดินแดนของประเทศของทูต ต้องยอมรับในเอกสิทธิ์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
      ของทุกประเทศ

    3. กฎหมายระหว่างประเทศ
    4. การอยู่ร่วมกันกับสังคมโลกต้องมีข้อตกลง กฎเกณฑ์ กฎหมาย ระเบียบ เพื่อให้ประชากรในโลกมีความ
      เป็นอยู่ที่ดีและสันติสุข กฎหมายระหว่างประเทศจะเป็นสัญญาหรือข้อตกลงหรือเป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ
      ความยุติธรรม เช่น ศาลโลกถือว่าเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศในการสร้างความสัมพันธ์และจัดระเบียบความ
      สัมพันธ์ระหว่างประเทศในการอำนวยความสะดวกและตัดสินปัญหาระหว่างประเทศ

    5. องค์การระหว่างประเทศ

การจัดตั้งองค์การระหว่างประเทศเป็นความร่วมมืออย่างหนึ่งในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศ
องค์การระหว่างประเทศมี 2 ระดับ คือ

    1. ระดับโลก คือสันนิบาตชาติและองค์การสหประชาชาติ ซึ่งมีประเทศในโลกเป็นสมาชิก
    2. ระดับภูมิภาค เป็นองค์การที่มีประเทศสมาชิกอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน เช่น องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติก
      เหนือ องค์การกลุ่มกติกาสัญญาวอร์ซอ องค์การตลาดร่วมยุโรป และองค์การอาเซียน
4. ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

วัตถุประสงค์ของการร่วมมือทางเศรษฐกิจเพื่อเสริมสร้างอำนาจของชาติ การร่วมมือในการขยายตลาด
เพิ่มเงินทุน เพิ่มเทคโนโลยีในการผลิต และการพัฒนาความรู้ในการผลิตทุกประเทศไม่ว่าประเทศเล็กใหญ่
หรือประเทศที่กำลังพัฒนามีการร่วมมือทางเศรษฐกิจเพื่อประสานผลประโยชน์ร่วมกัน ลักษณะของการ
ร่วมมือทางเศรษฐกิจมีดังนี้

    1. การร่วมมือในภูมิภาค ประเทศที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกันจะรวมตัวเป็น องค์การระหว่างประเทศ เป็นเขตของ
      การค้าเสรี เช่น สมาคมเขตการค้าเสรียุโรปที่ประกอบด้วยอังกฤษ นอร์เว เดนมาร์ก สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์
      ออสเตรเลีย โปรตุเกส ไอร์แลนด์ สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือองค์การอาเซียน
      (Association of Southeast & Asia Nation : ASEAN) ประกอบด้วยสมาชิก 10 ประเทศ คือ ไทย
      มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ บรูไน เวียดนาม ลาว กัมพูชาและเมียนมาร์(พม่า) ์มีจุดมุ่งหมายส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ
    2. ความร่วมมือต่างภูมิภาคเป็นความร่วมมือต่างภูมิภาคของประเทศที่พัฒนาแล้ว และประเทศด้อยพัฒนา เช่น
      สนธิสัญญาโลเม่ (Lome Convention) เป็นสัญญาประชาคมเศรษฐกิจยุโรปที่ให้สิทธิพิเศษทางการค้าแก่
      ประเทศในแอฟริกา แคริเบียน และแปซิฟิก 40 ประเทศเป็นสัญญาที่กำหนดเก็บภาษีต่ำ หรือไม่เก็บและจะให้
      ความช่วยเหลือด้าน การเงิน และเทคโนโลยีและข้อตกลงที่ว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า (General
      Agreement of Tariff and Trade : GATT) เป็นต้น
    3. ความร่วมมือด้านพันธมิตรและการลดกำลังอาวุธ เป็นความร่วมมือพันธมิตรทางทหารการช่วยเหลือด้าน
      อาวุธ อุปกรณ์ และการเพิ่มความสามารถในการรักษาความมั่นคงของประเทศ

ประเทศไทยกับความร่วมมือระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้มีการร่วมมือกันหลายด้าน เช่น ด้าน
เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา และวัฒนธรรม ความร่วมมือของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้ที่เห็นได้ชัดเจน คือ การร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ นโยบายของรัฐบาลไทย ได้เน้นความสำคัญ
ทางด้านความร่วมมือทางการค้ากับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้หลายประเทศ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์
อินโดนีเซีย รวมถึงประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและเวียดนาม เหตุผลสำคัญของ
ความร่วมมือเพื่อให้เกิดความมั่นคงของประเทศ การขยายตลาดการค้า และการรักษาผลประโยชน์ของ
ประเทศ ความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้ มีดังนี้

    1. ความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ

      ส่วนใหญ่การค้าของไทยอยู่ในระดับที่ได้เปรียบดุลการค้ายกเว้นกับประเทศญี่ปุ่น ไทยยังเสียเปรียบดุลการค้า
      ตัวอย่างของความร่วมมือทางการค้า เช่น สิงคโปร์ ยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าไทย 406 รายการ ซึ่งประกอบด้วย
      สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ เสื้อฟ้า และไทยกับเวียดนามตั้งกรรมการดูแลการประมงและผลประโยชน์

      ผลของความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจกับประเทศในเอเชีย ทำให้ไทยสามารถขยายการค้า รักษาผลประโยชน์
      ด้านการลงทุน รวมทั้งพัฒนาความร่วมมือด้านการค้ากับประเทศในแถบนี้มากขึ้น

    2. ความร่วมมือด้านความมั่นคงของประเทศ

      ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านคือ ลาว เวียดนาม กัมพูชา มีปัญหาการขัดแย้งภายในประเทศส่งผลกระทบมาสู่
      พรมแดนไทย ความมั่นคงของชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนบริเวณชายแดน ประเทศไทยมีเขตชายแดน
      ติดต่อกับประเทศมาเลเซีย พม่า ลาว กัมพูชา แนวเขตแดนมีทั้งทอดไปตามยอดเขา และแนวสันปันน้ำ
      แนวลำน้ำ แนวร่องน้ำลึก แนวที่ราบเส้นตรง และแนวเขตทางทะเล ดังนั้น ปัญหาเกี่ยวกับพรมแดนมีผลกระทบ
      ต่อการบริหารท้องถิ่นในเขตจังหวัดชายแดน จำนวน 32 จังหวัด ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้มีการ
      เจรจากันอยู่เป็นประจำ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น การลักลอบขายสินค้า แรงงานเข้าประเทศ การจับกุม
      ชาวประมงไทย และการลักลอบทำลายป่า ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านได้กระทำอยู่เสมอ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ
      ความรุนแรงของปัญหา

      ผลที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือด้านความมั่นคงก่อให้เกิดความสงบและการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ
      ได้อย่างดี

    3. ความร่วมมือทางการศึกษาศิลปะและวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม

ประเทศไทยได้มีการแลกเปลี่ยนและให้ความช่วยเหลือทางด้านการศึกษาแก่ประเทศเพื่อนบ้านและ
กลุ่มประเทศในเอเชียโดยจัดทำในลักษณะโครงการร่วมกันพัฒนาการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม จัดดำเนินการแก้ไขระดับท้องถิ่น
และระดับประเทศซึ่งผลก่อให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกันลดความตึงเครียด
ระหว่างประเทศ
ก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันที่ดี และเกิดสันติภาพในภูมิภาค