ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

     เมื่อกล่าวถึง  “ทรัพยากร” เรามักคุ้นเคยกับสิ่งไม่มีชีวิต เช่น ป่าไม้ แร่ธาตุ แหล่งน้ำ สิ่งดังกล่าวเรามองไม่เห็นได้ชัดเจนว่า
“มีค่า” เกิดประโยชน์และเป็นสิ่งจำเป็นที่ก่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ ในขณะเดียวกัน  ถ้าเราพูดถึง “คน” มักจะมองไม่เห็นว่า
เป็นทรัพยากรหรือมองเห็น “คุณค่า” ความจริงแล้ว “คน” คือศักยภาพสูงสุดและเป็นทรัพยากรที่สำคัญ

1.ทำไมต้องมีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

          ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเศรษฐกิจของโลกมีพลวัตสูง  ความเจริญทางเทคโนโลยี เป็นส่วนหนึ่งในความ
จำเป็นที่จะต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นการเตรียมคนเพื่อให้พร้อมในความเจริญที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  หลักสำคัญของ
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คือ จะต้องให้ความรู้และประสบการณ์ด้านวิชาการ  การฝึกอบรมความรู้ที่ทันสมัยรวมทั้งการ
ปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมควบคู่กันไป เช่น การให้คนมีความรู้ จะต้องฝึกให้มีวินัยในการทำงานควบคู่กันไปด้วย

      2.การพัฒนาคุณภาพชีวิต

          การพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นการสร้างรากฐานของระดับการดำรงชีวิตของคนให้ดีขึ้น โดยการให้ความรู้ การฝึกด้าน
คุณธรรม การส่งเสริมสุขภาพอนามัยการประกอบอาชีพ  รวมกันอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข ในประเทศไทยได้มีการ
สร้างเกณฑ์มาตรฐานของคุณภาพชีวิต  เป้าหมายหลักในการ  “พัฒนาคุณภาพชีวิต”  คือการให้มีความสามารถในการ 
“พึ่งพาตนเอง”

                               

      3. แนวทางการพัฒนาตนเอง มีดังนี้

ก.)การพัฒนาตนตามแนวพุทธศาสนา

      จุดเริ่มต้นของการพัฒนาคุณภาพชีวิต คือเริ่มจากการพัฒนา “ตนเอง” ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของสังคม  การพัฒนาตน
ตามแนวพุทธศาสนา ได้มีการวิเคราะห์พฤติกรรม (การกระทำของคน) ไว้ในสองลักษณะ   คือ
          ลักษณะที่ 1  พฤติกรรมที่ก่อให้เกิดทุกข์ เกิดจากการไม่รู้หรืออวิชาตัณหา เช่น ความโลภอยากได้ของคนอื่น
เกิดการลักขโมย   เป็นพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดทุกข์
          ลักษณะที่  2 พฤติกรรมสลายทุกข์ (การแก้ปัญหา) เมื่อคนเราเกิดความทุกข์จะก่อให้เกิดพฤติกรรมในการ
แก้ปัญหาคือสร้างปัญญา  และฉันทะ เพื่อให้เกิดการศึกษา รู้วิธีการในการแก้ปัญหาจากพฤติกรรมดังกล่าว แนวพุทธศาสนา
จึงได้กำหนดแนวทางในการพัฒนาตนไว้ดังนี้
          ขั้นที่ 1 นำสู่สิกขา คือ ขั้นของการฝึกฝนตนเองในการศึกษา การฝึกฝนให้เกิดสัมมาทิฏฐิ  ซึ่งเป็นรากฐานของการฝึก
และพัฒนาตนเอง ซึ่งประกอบด้วยปัจจัย 2 อย่าง คือ
  1. ปัจจัยภายนอก (ปรโตโฆษะ) คือ การกลั่นกรองรับเอาคำอบรมสั่งสอนจากพ่อ แม่ พี่ น้อง สื่อมวลชนต่าง ๆ
    ซึ่งเป็นพื้นฐานในการรับเอาความรู้ สังคม และวัฒนธรรมที่ดีในการพัฒนาตนเองต่อไป
  2. ปัจจัยภายใน (โยนิโสมนสิการ) คือ การรู้จักเลือกปฏิบัติ เลือกหากัลยาณมิตร
    ซึ่งคนมองเห็นประโยชน์และสามารถตีคุณค่าได้ ซึ่งจะต้องมีการฝึกฝน
    ตามองค์ประกอบด้านการมีสติพื้นฐานเป็นผู้มีศีล มีระเบียบ วินัย เป็นผู้มีแรงจูงใจใฝ่สร้างสรรค์
    เป็นผู้มีความเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์ เป็นผู้มีความเชื่อในหลักเหตุผล
    มีความกระตือรือร้นและการเป็นผู้มีวิจารณญาณหาเหตุผล รู้จักพิจารณาอย่างรอบคอบ
          ขั้นที่  2 ไตรสิกขา เป็นขั้นการพัฒนาคนอย่างสมบูรณ์แบบ และในขั้นนี้ต้องมีการศึกษาเรื่องศักยภาพของมนุษย์   
หลักสำคัญในการพัฒนามนุษย์ในขั้นนี้คือ

1) ศีล เป็นการฝึกพฤติกรรม โดยมีวินัยเป็นเครื่องมือในการฝึก

2) สมาธิ เป็นการฝึกด้านจิต ฝึกด้านคุณธรรม ความมีจิตเมตตา ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

3) ปัญญา เป็นการฝึกในด้านการรู้ การพิจารณา การไตร่ตรองหาเหตุผล

ข.)การพัฒนาตนโดยเสริมสร้างค่านิยมที่เหมาะสม

ในขณะที่สังคมโลกกำลังมีการเปลี่ยนแปลงสังคมของชุมชน กำลังได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยีสมัยใหม่ การที่จะพัฒนาตนเอง ให้เกิดความสมดุล สามารถปรับตนเองให้มีชีวิตเป็นสุขนั้น ควรจะเริ่มสร้างค่านิยมที่เหมาะสมดังนี้

  1. การพึ่งตนเองการขยันหมั่นเพียรและมีความรับผิดชอบ เป็นการฝึกตนเองในความรับผิดชอบ การใช้จ่ายของตนเองและครอบครัว การหารายได้ที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการพึ่งผู้อื่น
  2. การประหยัดและอดออม เป็นการฝึกฝนตนเองเรื่องการใช้จ่ายที่เหมาะสมกับฐานะ
  3. การมีระเบียบวินัย และการเคารพกฎหมาย เป็นการฝึกฝนตนเองในการเคารพกฎ และกติกา ไม่ละเว้นปฏิบัติตามกฎระเบียบเพื่อให้ตนเองสบาย
  4. การปฏิบัติตามคุณธรรมของศาสนา หลักศาสนามุ่งให้ทุกคนทำความดี มีความเมตตากรุณาในแก่นแท้ของศาสนา คือการให้ทุกคนรู้จักวิเคราะห์วิจารณญาณ เพื่อให้เข้าใจวิถีและธรรมชาติของชีวิต
  5. ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ชาติหมายถึง กลุ่มชนที่มีเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมเดียวกันมาอยู่รวมกัน ชาติจึงเป็นสมบัติส่วนรวมที่ทุกคนต้องรักและหวงแหนการรวมกันเป็นชาติ การเลือกนับถือศาสนา

การเคารพในสถาบันพระมหากษัตริย์จึงเป็นค่านิยมที่ควรเสริมสร้าง

การพัฒนาครอบครัว

          การพัฒนาในระดับที่กว้างไปจากการพัฒนาตนเอง   คือ การพัฒนาครอบครัว ซึ่งจะได้กล่าวถึงในเรื่องต่อไปนี้

1. แบบของครอบครัวในปัจจุบัน

           จากการศึกษาของนักสังคมวิทยาเห็นว่าแบบของครอบครัวไทยทั่วประเทศเป็นครอบครัวพื้นฐาน  หรือครอบครัว
“เนื้อแท้” ลักษณะของครอบครัวจะประกอบด้วยบุคคลสำคัญที่เป็นสมาชิกในครอบครัว คือ พ่อ แม่ และลูก ๆ ในบาง
ครอบครัวอาจมีญาติพี่น้องมาอยู่ด้วยอีกลักษณะหนึ่ง คือ ครอบครัว “แบบชั่วคราว” จะเป็นครอบครัวที่อยู่ในภาคอีสาน
คือ มีการขยายครอบครัวออกไปหลังจากแต่งงานแล้ว จะแยกครอบครัวออกไป มีการแบ่งมรดก ที่ดิน ให้เป็นสัดส่วน
และต่อมาครอบครัวที่ขยายจะเป็นครอบครัว “เนื้อแท้”

2. การทำหน้าที่ทางเศรษฐกิจของครอบครัว

............แบบของครอบครัวส่วนใหญ่เป็นครอบครัวเนื้อแท้ ดังนั้นภาระหน้าที่ทางเศรษฐกิจของสมาชิกในครอบครัว
จึงเป็นของพ่อแม่ ปัจจุบันครอบครัวจึงเป็นสถาบันทางสังคมที่ทำหน้าที่ทางเศรษฐกิจ แสวงหารายได้ทรัพย์สินมา
สนองความต้องการของสมาชิกในครอบครัว เพื่อการบริโภคและอุปโภคต่าง ๆ จากสภาพดังกล่าวเป็นสาเหตุโยงไป
ถึงความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว คือความรักความห่วงใย การเลี้ยงดูที่เหมาะสมเพียงพอ จะทำให้เกิด
ความสัมพันธ์ของพ่อแม่

3. ความสัมพันธ์ของบุคคลในครอบครัว

............ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ๆ มีความสัมพันธ์สูง การสร้างความสัมพันธ์ ของ
ครอบครัว เป็นหลักสำคัญของความรักและความอบอุ่นในครอบครัว ลักษณะของความสัมพันธ์ในครอบครัว มีดังนี้

      ก.) การเลี้ยงดู

    ............การเลี้ยงดู มองเป็น 2 ด้าน คือ ในด้านการพัฒนาทางร่างกาย และการพัฒนาทางด้านจิตใจ ในทาง
    ร่างกาย สติปัญญา พ่อ แม่ ต้องมีการเลี้ยงดูที่ถูกโภชนาการ การดูแลรักษาสุขภาพอนามัยจะทำให้ลูก มีการ
    เจริญวัยได้เต็มที่ ตามอัตราของการเจริญทางร่างกาย และสติปัญญา

    ...........ส่วนการพัฒนาด้านจิตใจเป็นเรื่องสำคัญมาก การให้ความรัก ความอบอุ่นเป็นพฤติกรรมของพ่อแม่
    ที่จะมีผลกระทบ ต่อการพัฒนาจิตใจของลูก ลูกจะเกิดความมั่นคง มีจิตใจร่าเริงแจ่มใส และมีพลังด้านจิตใจ
    เป็นเลิศ การกระทำของ พ่อแม่นั้นเป็นสิ่งที่จะต้องปฏิบัติ เพื่อให้เกิดผลทางพัฒนาด้านจิตใจ

      ข.)การถ่ายทอดวัฒนธรรม

    .............มนุษย์เป็นสัตว์ที่ประเสริฐ มีความสามารถในการรับรู้ใน
    การ เรียนรู้ เป็นอย่างดี การเรียนรู้วัฒนธรรมของแต่ละ ครอบครัว
    ลูกจะเริ่ม รับรู้ตั้งแต่เยาว์วัยเป็นไปโดยอัตโนมัติเป็นการรับรู้และ
    การถ่ายทอด ที่ไม่สามารถ สังเกตได้ ลูกจะปฏิบัติตามวัฒนธรรม
    ของพ่อแม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เช่น วัฒนธรรมการเคารพผู้สูง
    อายุ วัฒนธรรมการ แต่งกาย วัฒนธรรมในการกิน

    ค.)ศูนย์รวมแห่งความรักความอบอุ่น

    .............ครอบครัวเป็นศูนย์รวมแห่งความรัก ความอบอุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครอบครัวไทยที่เป็นครอบครัว
    “พื้นฐาน” สมาชิกในครอบครัว พ่อ แม่ ลูก จะมีความรู้สึกว่า ครอบครัวเป็นศูนย์รวมของความรัก ความอบอุ่น และความ มั่นคงพฤติกรรมของสมาชิกของครอบครัว

    ง.)การปลูกฝังวัฒนธรรมประชาธิปไตย

.............หน้าที่ของครอบครัว หน้าที่ของสมาชิกในครอบครัว เป็นพื้นฐานเบื้องต้นของการเป็นประชาธิปไตย สมาชิก ในครอบครัวรู้จักบทบาทหน้าที่และการปฏิบัติต่อกัน การแบ่งความรับผิดชอบเป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งจะปลูกฝัง วัฒนธรรมของประชาธิปไตย ที่เริ่มต้นที่ครอบครัว

การพัฒนาความสัมพันธ์ทางสังคม

...........การพัฒนาความสัมพันธ์เริ่มจากจุดเล็ก คือตนเอง จากตนเองไปสู่ความสัมพันธ์ในครอบครัวกว้าง
ออกไปอีก คือสังคม ชุมชน สังคมโลก พฤติกรรมการสร้างความสัมพันธ์เป็น “ธรรมชาติ” ของมนุษย์

    1.การจัดระเบียบสังคม

.........“การจัดระเบียบทางสังคม” เป็นการจัดให้สังคมมีระเบียบระบบ เพื่อเป็นการวางแบบแผนของ
พฤติกรรม และกระบวนความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มคน ปัจจัยที่ก่อให้เกิดระเบียบในสังคม และคนอยู่ร่วมกัน
อย่างมั่นคงถาวร ประกอบด้วย

      1.1 วิถีชาวบ้าน (Folkways)

    ............เป็นบรรทัดฐานที่คนในสังคมควรปฏิบัติ หากไม่ปฏิบัติจะถูกตำหนิ เช่น การเคารพนอบน้อมต่อผู้ใหญ่
    การบวชเพื่อทดแทนบุญคุณบิดามารดา

      1.2 จารีต (Mores)

    ............เป็นพฤติกรรมที่ทุกคนต้องทำ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีความเข้มกว่าวิถีชาวบ้าน หากไม่ปฏิบัติ
    จะได้รับการตำหนิอย่างรุนแรง เช่น ประเพณีการแต่งงานจะต้องทำตามจารีตประเพณี

      1.3กฎหมาย (Laws)

...........เป็นกฎเกณฑ์ ข้อบังคับ ระเบียบ กติกาที่กำหนดขึ้นให้คนปฏิบัติ หากไม่ปฏิบัติหรืองดไม่ปฏิบัติตาม
จะถูกลงโทษตามบทบัญญัติ

    2.การพัฒนาค่านิยม ทัศนคติและความเชื่อ

..........การพัฒนา หมายถึงการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อให้ดีกว่าของเดิม มุมมอง
ด้านการพัฒนาค่านิยมทางสังคมเป็นเรื่องของการปรับปรุงแนวคิดของบุคคล กลุ่มคนที่มีต่อสังคม โดยแนวคิด
มีผลต่อสังคม และการปฏิบัติตนที่เหมาะสมต่อสถานการณ์ผลจากการพัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยี ทำให้
คนมีการพัฒนาค่านิยม คือการปรับปรุงพฤติกรรมให้เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพการณ์ของสังคม

ก.)ค่านิยม คือสิ่งที่กลุ่มคนหรือสังคมใดสังคมหนึ่ง เห็นว่าเป็นสิ่งที่มีค่าถูกต้องและน่ากระทำ ตัวอย่าง ค่านิยมที่ปลูกฝังให้เยาวชนไทย คือการรู้จักพึ่งตนเอง ขยันหมั่นเพียร รับผิดชอบการประหยัด อดออม การมีระเบียบวินัย เคารพกฎหมายการปฏิบัติตามคุณธรรมของศาสนา ความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ข.)ทัศนคติและความเชื่อ เป็นความคิดของคนที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น ทัศนคติของกลุ่มคนที่มีต่อ
พิธีกรรม ทัศนคติของบุคคลที่มีต่อการกิน ส่วนความเชื่อจะมุ่งเน้นไปในด้านของศาสนา ความเชื่อ หรือ ความคิดที่มีต่อหลักคำสอน ความเชื่อในเรื่องบาปบุญคุณโทษ

3.การพัฒนาวัฒนธรรมที่เหมาะสม

............วัฒนธรรม คือ สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น กำหนดขึ้น ไม่ใช่เกิดขึ้นเองตาม
ธรรมชาติ หรือมนุษย์ทำตามสัญชาตญาณ เป็นสิ่งที่เกี่ยวกับการประดิษฐ์
วัตถุขึ้นใช้หรือกำหนดพฤติกรรมหรือความคิด ตลอดจนวิธีการหรือระบบการ
ทำงาน

............วัฒนธรรมที่เหมาะสมในสังคมไทยที่ควรจะส่งเสริมและพัฒนา เช่น
วัฒนธรรมในการเคารพ การกราบไหว้ วัฒนธรรมในการรับประทานอาหาร
วัฒนธรรมในการสร้างความสามัคคี เช่น การลงแขก ทั้งนี้อาจต้องมีการ
ปรับเปลี่ยนวิธีการ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพ และสถานการณ์ของสังคม
ที่กำลังเจริญก้าวหน้า

...........

4.ความเข้าใจในกระบวนการทางสังคม

...........กระบวนการทางสังคม (Social Movement) นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นในสังคม ทำให้กลุ่มคน
ในสังคมมีความสงสัย และมีการย้อนดูว่าสิ่งที่ดำเนินชีวิตมานั้น หรือวัฒนธรรมที่หากสิ่งเหล่านี้ไม่เกิดประโยชน์ ก็จะมี
การเปลี่ยนพฤติกรรม เปลี่ยนทัศนคติ เช่น การกำหนดวันหยุดการทำงาน หรือการสร้างแนวคิดใหม่ ของ คนหนุ่มสาว
ที่มีวิธีที่ผิดไปจากแบบแผนเดิม จะเกิดเป็นพฤติกรรมใหม่ และจะกลายเป็นสถาบัน เป็นลักษณะ ของพฤติกรรมหมู่
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบรรทัดฐานของสังคม วิถีทางเช่นนี้ คือพฤติกรรมหมู่ เกิดการ เปลี่ยนแปลงทางสังคม