ความหมายและขอบข่ายของการพัฒนาประเทศ

              การพัฒนาประเทศได้ดำเนินการมาโดยลำดับ  ในสมัยรัชการที่ 5 การพัฒนาประเทศ มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่น 
......ด้านเศรษฐกิจ  สังคม  การเมือง  การปกครอง การคมนาคม
     
     ความหมายของการพัฒนา
     
              “การพัฒนา” คือ การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ต่างๆ ให้ดีขึ้นโดยมีเป้าประสงค์ที่ชัดเจน
     
     ขอบข่ายของการพัฒนาประเทศ
     
              การพัฒนาประเทศเกี่ยวข้องกับการพัฒนาความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม  วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี 
     รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
     ความจำเป็นที่ต้องมีการพัฒนาประเทศ

ย้อนอดีตสมัยรัชกาลที่ 4
จะเห็นว่าสถานการณ์ผลักดันให้ประเทศไทยต้องมีการพัฒนา ในสมัยนั้น ประเทศไทยต้องติดต่อสัมพันธ์กับต่างประเทศมีการแลกเปลี่ยนสินค้าความรู้ และความสัมพันธ์ด้านการเมือง ปัจจุบัน ประเทศไทยก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาประเทศอยู่เสมอ ซึ่งเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

ความจำเป็นที่เกิดจากปัจจัยภายใน

1. สภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ปัจจุบันมีปัญหาเกิดขึ้นหลายอย่าง เช่น ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาแรงงาน การประกอบอาชีพ ปัญหาเหล่านั้นเป็นแรงหนุนในการพัฒนาให้ดีขึ้น เช่น การพัฒนาเทคโนโลยี
ในการผลิตการพัฒนาระบบที่จะทำให้ เกิด ความ สมดุลของสิ่งแวดล้อม
2. การผลิตและโอกาสของการแข่งขันในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาเทคโนโลยี ในการผลิต สินค้า เพื่อให้เกิดโอกาสในการแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ


ความจำเป็นที่เกิดจากปัจจัยภายนอก


สิ่งที่เป็นปัจจัยผลักดันให้มีการพัฒนา คือ นโยบายของรัฐและการพัฒนาความสัมพันธ์กับต่างประเทศ เป็นปัจจัยภายนอกที่ทำให้มีการพัฒนา

ความเป็นมาของการพัฒนาประเทศ

สภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยก่อนการใช้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1 มีความยุ่งยาก การขาดดุลการคลัง ผลผลิตเกษตรไม่ขยายตัว ขาดการนำเทคโนโลยีมาใช้ ดินที่อุดมสมบูรณ์น้อยลง ขาดผู้มีความรู้ด้านการจัดการ จากข้อมูลดังกล่าว จึงได้เสนอแผนให้รัฐบาลจัดทำแผนพัฒนาขึ้น สรุปได้ดังนี้

1. สาระสำคัญของแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1- 5 (พ.ศ.2504-2529)
ช่วงเวลา 25 ปีที่ผ่านมา ผลที่เกิดจากการใช้แผนพัฒนา มีดังนี้


1) ฐานะทางเศรษฐกิจดีขึ้นโดยลำดับ
2) รายได้ประชาชาติขยาย 18 เท่าตัว เช่น รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล 2,200 บาท ต่อคนในปี
2504 เป็น 20,300 บาทต่อคนในปี 2529
3) แนวโน้มการกระจายผลประโยชน์ไปสู่ประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 5
มีแผนพัฒนา ชนบท

2. สาระสำคัญของแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 6 - 7 (พ.ศ.2530-2534)
ตามแผนในช่วงนี้ มีการกระจายการผลิต เอกชนมีส่วนร่วมมากขึ้น มีการนำเอาวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น เร่งผลิตกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ พัฒนาคุณภาพชีวิต และรักษา
ความสมดุลของสิ่งแวดล้อมในแผนพัฒนาฯ
ฉบับที่ 7 รักษาความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ
ในอัตราที่เหมาะสม


.........................

มิติแห่งการพัฒนา
       
        1.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
       
       ความจำเป็นในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เกี่ยวข้องกับปริมาณและคุณภาพอัตราการเพิ่มของมนุษย์ไม่สอดคล้อง
กับทรัพยากรที่มีอยู่ คุณภาพของคนที่อยู่ชนบท และในเมืองต่างกันรวมทั้งการกระจายด้านทรัพยากรมนุษย์ไม่สมดุลเช่น  
นักวิชาการมักจะอยู่อย่างหนาแน่นในเขตเมืองแนวทางของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คือ ความพยายามที่จะพัฒนา
ขีดความสามารถ ศักยภาพของคนให้สามารถช่วยเหลือตนเองได  2.การพัฒนาเทคโนโลยี
       
       สภาพปัจจุบัน เทคโนโลยีมีความสำคัญต่อการพัฒนาหลายด้าน แนวทางที่จะส่งเสริมการพัฒนา
 เทคโนโลยีรัฐและเอกชนต้องสนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยด้านต่าง ๆ การคิดค้นวิธีการในการเพิ่มผลผลิตรวมทั้งให้มี
การพัฒนาเทคโนโลยีมาใช้ในด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การพลังงานสิ่งแวดล้อมและการป้องกันประเทศ
       
                                                    


       3.การพัฒนาชนบท 
       
		 ความหมายของการพัฒนาชนบท คือยุทธวิธีที่กำหนดขึ้น เพื่อปรับปรุงเศรษฐกิจสังคมและกลุ่มคน
ในชนบท เหตุผลในการพัฒนาชนบท ได้แก่ปี 2523 มีการสำรวจสภาพชีวิตของคนในชนบทไทย ยังขาด
มาตรฐานในการดำรงชีวิต เช่น ความยากจน โภชนาการ อนามัย ที่อยู่อาศัย รายได้ ดังนั้น จึงได้กำหนด
แผนพัฒนาชนบทขึ้นโดยมีรูปแบบในการพัฒนา 2 ลักษณะ คือ การพัฒนาจากเบื้องต้น คือ รัฐเป็นผู้ดำเนิน
การเป็นส่วนใหญ่ และการพัฒนาจากฐานล่างคือ แนวทางและแผนการกำหนดขึ้นโดยประชาชนในชนบท
4.การพัฒนาเศรษฐกิจ ในช่วงก่อนเริ่มใช้แผนพัฒนาฯ แนวการผลิตจะเป็นผลผลิตด้านเกษตรกรรมระดับความเจริญเติบโตรวดเร็ว ภายหลังมีการใช้แผนพัฒนาฯแนวโน้มด้านการผลิตเป็นภาคอุตสาหกรรม และการส่งออก 5.การพัฒนาทางการเมืองการปกครอง การปกครองไทยในช่วงปี พ.ศ.2435 ปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นคติลัทธิเทวราชทำหน้าที่บริหารปกครอง บ้านเมืองต่อมาได้มีการพัฒนาหลัง ปี 2435 มีการพัฒนารัฐชาติ (National state) เริ่มรวมศูนย์อำนาจปลูกฝังให้ ประชาชนมีความผูกพันกับรัฐ หลังปี พ.ศ.2475 มีการปฏิวัติเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นแบบประชาธิปไตย ได้มี การพัฒนาระบบการเมือง การปกครอง การบริหาร และการจัดระเบียบราชการมาโดยลำดับ ให้ความรู้ประชาชน เกี่ยวกับประชาธิปไตย ปลูกฝังการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาการปกครองบ้านเมืองเป็นลำดับ