ทรัพยากรธรรมชาติ

 

สภาพที่พบในปัจจุบัน
           ประชาชนส่วนใหญ่ขาดความรู้ ความเข้าใจ และไม่ตระหนักถึงคุณค่าและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้เกิดการ
สูญเสียทรัพยากรไปอย่างไม่คุ้มค่า บางคนทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อหารายได้มาเลี้ยงตนเองและครอบครัว ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าจะเกิด
ผลเสียหายต่อส่วนรวม แต่บางคนทำลายเพื่อหวังประโยชน์ทางการค้า โดยไม่คำนึงถึงผลเสียหายที่จะเกิดภายหลัง
ทรัพยากรธรรมชาติ
            ทรัพยากรธรรมชาติหมายถึง สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและมนุษย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น ดิน น้ำ ป่าไม้ 
ทุ่งหญ้า สัตว์ป่า แร่ธาตุ อากาศ มนุษย์ เป็นต้น ทรัพยากรธรรมชาติแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
            1. ทรัพยากรธรรมชาติใช้แล้วไม่หมดไป และยังคงอยู่ในสภาพเดิม เช่น อากาศ พลังงานจากดวงอาทิตย์ บางอย่างใช้แล้ว
สภาพเปลี่ยนแปลงไป เช่น ดิน น้ำ บางอย่างใช้แล้วสามารถเกิดทดแทนได้ เช่น ป่าไม้ สัตว์ป่า ทุ่งหญ้า มนุษย์ เป็นต้น
            2. ทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป ได้แก่ แร่ธาตุต่าง ๆ เช่น แร่เหล็ก น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ทรัพยากรธรรมชาติ 
ประโยชน์ของทรัพยากรธรรมชาติ
            ทรัพยากรธรรมชาติมีประโยชน์มหาศาลต่อมนุษยชาติทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่ละชนิดมีประโยชน์แตกต่างกัน ดังนี้
            น้ำ  มนุษย์ใช้บริโภค อุปโภค ที่สำคัญก็คือ น้ำเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับทรัพยากรธรรมชาติชนิดอื่นด้วย เช่น สัตว์ป่า ป่าไม้ 
ทุ่งหญ้า และดิน
            ดิน ทรัพยากรธรรมชาติส่วนใหญ่ มีดินเป็นแหล่งอาศัย หรือบ่อเกิด มนุษย์สามารถสร้างทรัพยากรธรรมชาติบางชนิด
ทดแทนได้โดยอาศัยดินเป็นปัจจัยสำคัญ นอกจากมนุษย์จะอาศัยอยู่บนพื้นดินแล้ว ยังนำดินมาเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้าง
ที่อยู่อาศัย เป็นแหล่งทำมาหากิน  ทำการเกษตร ทำการอุตสาหกรรม เครื่องปั้นดินเผาต่าง ฯ ถ้าขาดดินหรือดินขาดความอุดม
สมบูรณ์ ทรัพยากร ที่เป็นปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิตจะน้อยลงหรือหมดไป
            ป่าไม้ ประโยชน์ที่สำคัญของป่าไม้คือ ใช้ไม้ในการสร้างที่อยู่อาศัย เป็นที่อาศัยของสัตว์ป่า เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร เป็นแหล่ง
หาของป่า เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดวัฏจักรของน้ำ ทำให้อากาศบริสุทธิ์ ช่วยอนุรักษ์ดิน เป็นแหล่งนันทนาการ นอกจากนี้ป่าไม้ยัง
ก่อให้เกิดการอุตสาหกรรมอีกหลายชนิด ทำให้ประชาชนมีงานทำ เกิดแหล่งอาชีพอิสระ และเป็นแหล่งยาสมุนไพร
            สัตว์ป่า มนุษย์ได้อาหารจากสัตว์ป่า สัตว์ป่าหลายชนิดได้หนัง นอ เขา งา กระดูก ฯลฯ มาทำของใช้ เครื่องนุ่งห่ม และ
ประกอบยารักษาโรค สัตว์ป่าช่วยให้เกิดความงดงามและคุณค่าทางธรรมชาติ ช่วยรักษาดุลธรรมชาติ
            แร่ธาตุ มนุษย์เรานำแร่ธาตุต่าง ๆ มาถลุงเป็นโลหะ ทำให้เกิดการอุตสาหกรรมหลายประเภท ทำให้ราษฎรมีงานทำ 
ส่งเป็นสินค้าออกนำรายได้มาสู่ประเทศปีละมาก ๆ นอกจากนี้ยังมีผลพลอยได้จากการถลุงหรือกลั่นอีกหลายชนิด เช่น ยารักษาโรค
น้ำมันชักเงา เครื่องสำอาง แร่บางชนิดเกิดประโยชน์ในการเกษตร เช่น แร่โพแทสเซี่ยม ใช้ทำปุ๋ย เป็นต้น
            ทรัพยากรธรรมชาติต่างเป็นปัจจัยเอื้ออำนวยต่อกัน เช่น ดินเป็นที่เกิด ที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ป่าไม้ ช่วยรักษาดินและเกิดปุ๋ย
ธรรมชาติ น้ำเป็นปัจจัยสำคัญช่วยในการดำรงชีวิตของสัตว์ พืช ป่าไม้ทำให้เกิดวัฏจักรของน้ำ ซึ่งทำให้เกิดความสมดุลทางธรรมชาติ 
ก่อให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ดีและเหมาะสมกับการดำรงชีวิตของมนุษย์
ผลกระทบของทรัพยากรต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศชาติ
            สภาพทรัพยากรธรรมชาติมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดังนี้
            ผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทำให้ผลิตผลทางการเกษตรดี มีป่าไม้ 
มีสัตว์ป่าช่วยรักษาดุลธรรมชาติ มีแร่ธาตุมาก ทำให้เกิดอุตสาหกรรม ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ ประเทศใดที่สามารถส่งทรัพยากร
ธรรมชาติเป็นสินค้าออกได้มาก ก็สามารถทำเงินตราเข้ามาพัฒนาประเทศได้มาก ทำให้ประเทศมีอิทธิพลและเศรษฐกิจดีโดยเฉพาะ
ทรัพยากรมนุษย์ ถ้ามีประชาชนที่มีคุณภาพทุก ๆ ด้าน ประเทศก็ยิ่งพัฒนาก้าวหน้ามากขึ้น ทรัพยากรมนุษย์จะเป็นตัวแปรทำให้เกิด
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากที่สุด เพราะมนุษย์เป็นผู้จัดการ ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ การมีประชากรมากเกินไป 
โดยเฉพาะถ้าเป็นประชากรที่ไม่มีคุณภาพด้วยแล้ว จะทำให้ทรัพยากรเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว ซ้ำจะมีผลให้เศรษฐกิจของประชากร
และของประเทศเลวลง
            ผลกระทบต่อสังคม ทรัพยากรธรรมชาติเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาสังคม สังคมใดมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ 
ประชาชนก็อยู่ดีกินดี สามารถพัฒนาชุมชนให้เจริญก้าวหน้าขึ้นได้ เพราะจะมีประชาชนจากถิ่นอื่นอพยพเข้าไปทำมาหากินจำนวนมาก
ในทางตรงข้าม ถ้าถิ่นใดเกิดขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติประชาชนก็จะยากจน สังคมล้าหลัง เกิดการอพยพย้ายถิ่นเพื่อหาที่ทำกิน
ใหม่ สังคมที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์จะเป็นสังคมที่สงบสุข ในด้านสังคมระหว่างประเทศนั้น การมีทรัพยากรมาก ๆ ทำให้
ชาวต่างประเทศเข้ามาลงทุน มาท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามแหล่งทรัพยากรธรรมชาติบางแหล่งมีอยู่ใกล้เขตแดน อาจเกิดผลกระทบ
ทางสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศได้เช่นเดียวกัน ถ้าการแบ่งเขตแดนไม่แน่นอน 
        ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของไทยดิน
          1.ดินในประเทศไทย  แตกต่างกันบ้างตามสภาพทางภูมิศาสตร์ และแหล่งที่เกิด ดังนี้
              1.1 ดินในที่ราบลุ่ม หมายถึงดินที่เกิดจากการทับถมของดินที่ถูกน้ำพัดพามา ตามที่ราบลุ่มแม่น้ำต่าง ๆ
              1.2 ดินในที่ราบเชิงเขา เป็นดินที่อยู่ในพื้นที่สูงกว่าประเภทแรก อยู่ตามบริเวณเชิงเขา พื้นดินส่วนใหญ่
เป็นดินร่วนปนกรวดทรายบ้าง เหมาะในการทำสวนผลไม้และพืชไร่ต่าง ๆ
              1.3 ดินภูเขา เป็นดินในที่สูง ส่วนใหญ่เป็นดินแดงหรือดินลูกรังไม่เหมาะสำหรับการเพาะปลูก

นอกจากนี้ยังมีดินชายเลนหรือชายทะเลตามจังหวัดชายทะเล ซึ่งมีปริมาณไม่มากนัก
            สภาพปัจจุบันและปัญหาเกี่ยวกับดิน ประเทศไทยเป็นแหล่งที่มีดินคุณภาพดีเหมาะกับการกสิกรรมมาแต่โบราณ 
ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศก็ยังทำการกสิกรรมอยู่ ดินเมื่อถูกใช้นาน ๆ ก็เสื่อมสภาพตามธรรมชาติ ประกอบกับการกสิกรรม
สมัยใหม่ ใช้ปุ๋ยเคมี และสารเคมีอื่น ๆ มากทำให้คุณภาพของดินเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว การตัดไม้ทำลายป่า การขุดหน้าดินไปขาย 
การขยายตัวของเมืองรุกล้ำเข้าไปในอาณาบริเวณดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้บริเวณดินที่อุดมสมบูรณ์ลดน้อยลงเรื่อย ๆ นอกจากนี้เรา
ยังมีปัญหาเกี่ยวกับดินอีกหลายประการทั้งในด้านพัฒนาคุณภาพของดินและด้านกฎหมายที่สำคัญคือ
             1. ปัญหาเรื่องดินเสื่อมสภาพ ดินจืด ดินเปรี้ยว ดินเค็ม ซึ่งมีอยู่ทุกภาคของประเทศไทย
             2. ปัญหาเรื่องการพัฒนาคุณภาพดิน เรามีพื้นที่รกร้างว่างเปล่าอีกมากที่ยังไม่ได้ทำการกสิกรรม รวมทั้งที่ที่ทำการเกษตร
ไม่ได้ผลดี เพราะขาดทั้งคนและเงินที่จะมาวิเคราะห์คุณภาพดินเพื่อพัฒนาและคัดเลือกพันธุ์พืชที่เหมาะสมมาปลูก
             3. ปัญหาเรื่องการใช้ดินผิดประเภท การใช้ดินที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเกษตรไปตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ไปสร้างเป็น
ที่อยู่อาศัย
             4. ปัญหาการบุกรุกที่ดินอันเป็นที่สาธารณสมบัติ เช่น บุกรุกดินที่กันไว้เป็นป่าสงวน
             5. ปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งในส่วนที่ถูกต้องตามกฎหมายและส่วนที่บุกรุกที่สาธารณะ รัฐยังไม่สามารถดำเนินการและ
ปราบปรามได้ทั่วถึง
          2.น้ำ เป็นทรัพยากรที่มีวัฏจักรหมุนเวียนตามธรรมชาติ น้ำจะเกิดหมุนเวียนได้ดีมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิประเทศ
 ภูมิอากาศ และทรัพยากรป่าไม้ โดยทั่ว ๆ ไป เราแบ่งแหล่งน้ำออกเป็น 3 ประเภท คือ
           2.1 น้ำฝน เป็นน้ำที่สะอาด ถ้าไม่ตกลงมาผ่านบริเวณที่มีมลพิษ
           2.2 น้ำบนดิน ได้แก่ น้ำในแม่น้ำ ลำคลอง หนองบึง ตลอดจนทะเลและมหาสมุทร
           2.3 น้ำใต้ดิน หรือน้ำบาดาล เป็นน้ำฝนที่ซึมผ่านลงไปใต้ดิน ประเทศไทยเรานิยมนำน้ำใต้ดินมาทำน้ำประปา หรือขุดบ่อ
เป็นน้ำบริโภค อุปโภคในเขตชนบท
         สภาพปัจจุบันและปัญหา เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศกสิกรรม จึงมีการใช้น้ำเพื่อการกสิกรรมมาก รัฐได้พยายามจัด
หาแหล่งน้ำโดยการสร้างเขื่อน เหมือง ฝาย ทำนบและอื่น ๆ กั้นน้ำเพื่อให้ราษฎรมีน้ำใช้ทั่วทุกภาคของไทย ตลอดจนเป็นแหล่งเพาะ
พันธุ์ปลา เพื่อประชาชนได้ใช้บริโภค อย่างไรก็ตามน้ำในแม่น้ำสำคัญของไทย เริ่มเน่าเสีย โดยเฉพาะในบริเวณที่ผ่านตัวเมืองและที่
ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่ ทั้งนี้เพราะประชาชนและโรงงานทิ้งขยะ ระบายน้ำเสียลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง
ปัญหาเกี่ยวกับน้ำที่สำคัญของไทยคือ
           1. ปัญหาขาดแคลนน้ำ ในการบริโภค อุปโภคและการกสิกรรม ทั้งนี้เนื่องจากการทำลายต้นน้ำลำธาร การทำลายป่าไม้แหล่ง
ต้นน้ำ คุณสมบัติของดิน การกระจายของฝน ปริมาณน้ำฝนและอื่น ๆ
          2. ปัญหาน้ำท่วม  ประเทศไทยพบปัญหาน้ำท่วมมากบ้าง น้อยบ้างตามแต่ปริมาณน้ำฝน ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการตัดไม้ 
ทำลายป่า ทำให้น้ำฝนที่ตกลงมาขาดป่าไม้ซึมซับ และต้านการไหลของน้ำตามธรรมชาติ สำหรับน้ำที่ท่วมในเขตตัวเมืองนั้น เกิดจาก
การระบายน้ำออกไม่ทัน เนื่องจากท่ออุดตัน แผ่นดินทรุด
          3. ปัญหาน้ำเสีย แม่น้ำลำคลองของไทยเกิดปัญหาน้ำเสียมากในปัจจุบัน ทั้งนี้เกิดจากการทิ้งสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำลำคลอง 
การปล่อยของเสียลงแม่น้ำของโรงงานอุตสาหกรรม การทำเหมืองแร่ การเลี้ยงสัตว์ตามหนองบึง หรือริมตลิ่ง
         4.ปัญหาการกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามขาดแคลน หรือเพื่อการกสิกรรมโดยปริมาณน้ำฝนในประเทศไทยนั้นมีมาก แต่ยังขาดเขื่อน 
ฝาย ทำนบ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้อย่างเพียงพอ  รัฐจะพยายามจัดสร้างมากมายแต่ก็ยังไม่ทั่วถึง                                                                                                
          3. ป่าไม้  ป่าไม้ให้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ป่าไม้เมืองไทยแยกได้ดังนี้
             ก.ป่าไม้ไม่ผลัดใบ แบ่งออกเป็น 3 ชนิด
             1.  ป่าดงดิบ เป็นป่าที่มีพันธุ์ไม้ขึ้นหนาทึบ มีใบตลอดปี แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
                  1.1 ป่าดิบชื้น มีมากทางภาคใต้ของไทย มีไม้ที่สำคัญ เช่น ไม้ยาง ไม้ตะเคียน ไม้จำปา ไม้มะค่าโมง ไม้ตีนเป็ด และ
มีพันธุ์ไม้เลื้อย เช่น เถาวัลย์ หวายและอื่น ๆ ขึ้นปะปน
                  1.2 ป่าดิบเขา มีมากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือในบริเวณที่เป็นภูเขาสูง เช่น ดอยอินทนน ดอยปุย 
เขาใหญ่ เขาเขียว ไม้สำคัญ เช่น ไม้ยาง ไม้ตะเคียน ไม้ก่อ ตามพื้นดินมักมีไม้พวกผักกูด และเฟิร์นต่าง ๆ ขึ้นทั่ว ๆ ไป
                  1.3 ป่าดิบแล้ง มีในบางท้องที่ของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ลำปาง แม่ฮ่องสอน น่าน อุตรดิตถ์ 
นครราชสีมา หนองคาย ภาคตะวันออกมีในจังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี และภาคตะวันตกติดแดนพม่า เช่น กาญจนบุรี 
ไม้สำคัญคือ ไม้ยาง ไม้ตะเคียน ไม้ตะแบก ไม้กะบก เป็นต้น
              2. ป่าสนเขา มีไม่มากนักในเมืองไทย ส่วนใหญ่เป็นป่าโปร่ง มีหญ้าขึ้นทึบบริเวณพื้นดิน มีอยู่ตามพื้นที่ที่สูงกว่าระดับน้ำ
ทะเล 700 เมตรขึ้นไป พบในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น บริเวณเขาสูงของจังหวัดเชียงใหม่ ภูกระดึง จังหวัดเลย
ป่าน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ บางแห่งจะขึ้นปะปนอยู่กับพันธุ์ไม้อื่น ๆ
              3. ป่าชายเลน มีมากตามจังหวัดชายทะเลทั่ว ๆ ไป มีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น ป่าเลนน้ำเค็ม ป่าโกงกาง ไม้ที่สำคัญคือ 
ไม้โกงกาง ไม้ตะปูน ไม้ลำพู ไม้แสม ต้นจาก เป็นต้น
         ข. ป่าไม้ผลัดใบ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
               1.  ป่าเบญจพรรณ มีมากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม้สำคัญ ได้แก่ ไม้สัก ไม้ประดู่ ไม้ตะแบก ไม้แดง 
ไม้มะกอก มะค่าโมง ไม้โมก ไม้ไผ่รวก ฯลฯ
               2.  ป่าแดง หรือป่าเต็งรัง มีอยู่เกือบทุกภาคของประเทศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีมากที่สุด ไม้สำคัญคือ ไม้เต็ง ไม้รัง 
ไม้พลวง ไม้สัก ไม้มะม่วงป่า ไม้เหียง ไม้พยอม ไม้กันเกรา ฯลฯ
             นอกจากนี้ยังมีป่าไม้อื่น ๆ อีก เช่น ป่าพรุ หรือป่าบึงน้ำจืด พบมากตามที่มีน้ำขัง ริมหนอง บึง มีอยู่ทุกภาคของไทย บาง
จังหวัดเรียกป่าเสม็ด ไม้สำคัญเช่น ไม้เสม็ด ไม้กันเกรา ป่าชายหาด ตามจังหวัดชายทะเล มีไม้สนทะเล กระทิง หูกวาง ป่าทุ่งมีมาก
ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นป่าที่มีต้นไม้เล็ก ๆ 
ปัญหาป่าไม้ของไทย ป่าไม้เมืองไทยถูกทำลายเหลือน้อยลงทุกปี ก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาที่สำคัญคือ
           1. ปัญหาการถางป่าเพื่อใช้พื้นที่เพาะปลูก ทำให้ป่าถูกทำลายไปมาก
             2. ปัญหาการตัดไม้เพื่อการค้าของสัมปทานต่าง ฯ การเปิดป่าเพื่อตัดถนนทำให้พ่อค้าฉวยโอกาสนำไม้ออกมาเป็นจำนวนมาก
             3. ปัญหาเกิดจากการหาที่ทำกินให้ราษฎรโดยหน่วยงานของรัฐ บริเวณป่าสงวนซึ่งทำให้เกิดการตัดไม้ทำลายป่าและพื้นที่
ป่าลดน้อยลง นอกจากนี้การที่รัฐออกใบรับรองกรรมสิทธิ์ (ส.ค.1) ให้ราษฎรที่บุกรุกป่าสงวนหรืออุทยานแห่งชาติ เป็นการส่งเสริมให้
ราษฎรบุกรุกทำลายป่าเพิ่มขึ้น
             4.ปัญหาการปลูกป่าทดแทน ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร เพราะนอกจากจะขาดกำลังเจ้าหน้าที่ในการ	ปฏิบัติหน้าที่ในการปฏิบัติ
และควบคุมผู้รับสัมปทานแล้ว ยังขาดเงินสนับสนุนและถูกขัดขวางจากราษฎรที่เข้าไปจับจองทำมาหากินอยู่ก่อนแล้ว 
          4.สัตว์ป่า เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยรักษาดุลธรรมชาติ ประเทศไทยเคยมีสัตว์ที่หายาก คือ 
เนื้อสมัน แต่ปัจจุบันสูญพันธุ์ไปแล้ว ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2503 รัฐบาลได้เห็นความสำคัญของสัตว์ป่า จึงออกพระราชบัญญัติสงวนและ
คุ้มครองสัตว์ป่า ประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2504 แบ่งสัตว์ป่าออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
              1. สัตว์ป่าสงวน หมายถึงสัตว์ป่าที่หายาก มี 9 ชนิด คือ แรด สมันหรือเนื้อสมัน กระซู่ กูปรีหรือโคไพร ควายป่า ลองหรือ
ละมั่ง ทรายหรือเนื้อทรายหรือตามะแน เลียงผาหรือเยือง หรือกูรำ หรือโครำ และกวางผา สัตว์ป่าสงวนนี้ห้ามล่าโดยเด็ดขาด ห้ามมี
ไว้ในครอบครอง เว้นเพื่อการศึกษาวิจัยหรือเพื่อสงวนพันธุ์
              2.สัตว์ป่าคุ้มครอง แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ พวกที่ตามปกติคนไม่ใช้เนื้อเป็นอาหาร เช่น ช้างป่า ค่าง บ่าง ชะนี ลิง 
กระรอก ไก่ฟ้า นกกินแมลงทุกชนิด ฯลฯ (มีทั้งหมด 166 ชนิด) และพวกซึ่งปกติคนนิยมใช้เนื้อเป็นอาหารหรือล่าเพื่อการกีฬา เช่น 
กระทิง กวาง เสือโคร่ง อีเก้ง กระจง หมีหมา นกเปล้าธรรมดา ไก่ป่า ฯลฯ การล่าสัตว์ป่าคุ้มครองจะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงาน
เจ้าหน้าที่สำหรับประเภทที่หนึ่งจะต้องจับเป็นเท่านั้น
              แม้จะมีพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าปัจจุบันนี้ก็ยังมีบางคนลักลอบยิงและดักสัตว์ป่าเพื่อบริโภคและทำการค้า 
เนื่องจากมีประชาชนบางส่วนนิยมบริโภค 
ปัญหาสำคัญของสัตว์ป่า
            1. สัตว์ป่าถูกทำลายมากเกินไป จนบางชนิดสูญพันธุ์ และบางชนิดเกือบสูญพันธุ์ไป
            2. ถิ่นที่อยู่อาศัยถูกทำลาย  ปัจจุบันป่าไม้ถูกบุกรุกทำลายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้สัตว์ไม่มีถิ่นที่อยู่อาศัย ถิ่นหากิน ขาดแหล่งน้ำ
            3.สัตว์ป่าบางชนิดมีจำนวนมากเกินไป ไม่สมดุลธรรมชาติ และทำลายผลผลิตของเกษตรกรเช่น หนู ตั๊กแตนปาทังก้า

          5. แร่ธาตุ เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดไป  แร่ธาตุเศรษฐกิจที่สำคัญได้แก่ดีบุก ประเทศไทยผลิตดีบุกได้เป็น
อันดับ 3 ของโลกรองจากมาเลเซีย และอินโดนีเซีย และเป็นแร่ที่ผลิตได้มากที่สุดในประเทศไทย มีมากทางภาคใต้ ภาคตะวันตก
 และภาคเหนือ จังหวัดที่สำคัญ คือ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง สุราษฎร์ธานี กาญจนบุรี ราชบุรี ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงราย เป็นต้น
           1. เหล็ก ประเทศมีแร่เหล็กทั้ง แมกนีไตต์ และเฮมาไตต์ แหล่งแร่เหล็กที่สำคัญ คือ เขาทับควาย จังหวัดลพบุรี ซึ่งส่งโรงงาน
ถลุงที่จังหวัดสระบุรี นอกจากนี้ยังพบที่จังหวัดเลย เขาอึมครึม จังหวัดกาญจนบุรี อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี อำเภอพนัสนิคม
 อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์
           2. แมงกานีส ใช้ในการผลิตถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ ผสมเหล็กทำเหล็กกล้า พบมากที่จังหวัดเลย ลำปาง ลำพูน เชียงราย 
เชียงใหม่ ยะลา สงขลา นราธิวาส ชลบุรี
           3. วุลแฟรม (ทังสะเตน) ใช้ผสมเหล็กเพื่อกันสนิม แหล่งวุลแฟรมที่สำคัญของไทย คือ เหมืองแม่ลา จังหวัดแม่ฮ่องสอน และ
เหมืองปิล๊อก จังหวัดกาญจนบุรี
           4. พลวง มีมากทางภาคใต้ ภาคกลาง และภาคเหนือ ที่สำคัญคือ สุราษฎร์ธานี กาญจนบุรี ราชบุรี ชลบุรี แม่ฮ่องสอน ลำปาง 
เชียงใหม่ แพร่ และตาก
           5. ยิปซั่ม เริ่มขุดมาใช้ครั้งแรกที่จังหวัดพิจิตร ต่อมาพบที่นครสวรรค์ สุราษฎร์ธานี และเลย
           6. ฟลูออไรด์ แหล่งผลิตที่สำคัญคือ บ้านโฮ่ง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน นอกจากนี้ยังมีที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง กาญจนบุรี 
ราชบุรี เพชรบุรี และสุราษฎร์ธานี
          7. น้ำมันปิโตรเลียม ที่สำรวจและขุดมาใช้แล้วที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น นอกจากนี้แล้ว
มีการสำรวจพบน้ำมันดิบหลายแห่งทั้งในภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและในอ่าวไทย
          8. ก๊าซธรรมชาติ พบมากในอ่าวไทย จากการสำรวจพบว่ามีคุณภาพและปริมาณพอ รัฐบาลจึงขุดขึ้นมาใช้ในปัจจุบัน
          9.  ลิกไนท์ เป็นถ่านหินที่ผลิตได้มากที่สุดในประเทศไทย เชื่อว่าที่อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปางจะมีลิกไนท์ ราว 120 ล้านตัน 
ใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตพลังงานไฟฟ้า และบ่มยา ทำปุ๋ย นอกจากนี้ยังมีที่จังหวัดกระบี่ สุราษฎร์ธานี และลำพูน
            นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีแร่ธาตุที่สำคัญอีกมากมาย เช่น หินน้ำมัน เกลือหิน ตะกั่ว สังกะสี ซีไลต์ แบไรท์ และแร่รัตนชาติ
ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ พวกทับทิม พลอยต่าง ๆ ซึ่งพบมากที่จังหวัดจันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี
ปัญหาสำคัญเกี่ยวกับแร่ธาตุของไทย
            แม้ว่าประเทศไทยจะมีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ แต่ก็ยังมีปัญหาสำคัญบางประการเกี่ยวกับ การขุด การขาย การนำไปใช้ และ
การอนุรักษ์ ซึ่งพอสรุปเป็นสังเขปได้ดังนี้
          1. ปัญหาเกี่ยวกับการขุดแร่อย่างไม่มีประสิทธิภาพ  การทำเหมืองแร่ของไทยมีหลายวิธีทั้งเหมืองขุด เหมืองสูบ เหมืองหาบ
และเหมืองเปิด ทำให้สูญเสียแร่ธาตุไปเป็นจำนวนมาก
          2. ปัญหาเกี่ยวกับการสำรวจและวิจัย ปัจจุบันยังขาดผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญทางด้านแร่ธาตุ ขาดแผนที่ธรณีวิทยาที่สมบูรณ์
และขาดกำลังคน ขาดการวิจัยเรื่องแร่ทำให้ประเทศไทยเสียผลประโยชน์แก่ชาวต่างประเทศที่ได้สัมปทานส่งออกไปจำนวนมาก 
นอกจากนี้เรายังขาดการศึกษาวิจัยที่จะนำแร่ที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด
          3. ปัญหาเกี่ยวกับการถลุงและนำมาใช้ เรายังขาดเงินที่จะมาลงทุนถลุงแร่เพื่อส่งเป็นสินค้าออก และนำมาใช้ ทำให้ต้องเสีย
เงินซื้อแร่ที่ถลุงแล้วกลับมาใช้ในราคาแพง
          4.ปัญหาเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ การทำเหมืองแร่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ 
เช่น การทำลายดิน ป่าไม้ ต้นน้ำ ลำธาร ทำลายสภาพแวดล้อมทุกชนิด การทำเหมืองในทะเล เป็นภัยร้ายแรงต่อสัตว์ในทะเล 
และสิ่งแวดล้อมทางทะเล การทำเหมืองบนพื้นดิน ภูเขา ทำให้ดินทลายอย่างรุนแรงเป็นการทำลายหน้าดิน 
 การอนุรักษ์และแนวทางในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติของไทย
                  การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง การใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ด้วยความฉลาด ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์
มากที่สุด และใช้ได้ยาวนานที่สุด วิธีการที่จะช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติมีหลายวิธี คือ
          1. การใช้อย่างประหยัด คือพยายามถนอมใช้ให้น้อยที่สุดแต่มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์มากที่สุด 
          2. ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ พยายามใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพมากกว่าสภาพตามธรรมชาติ หรือนำไปใช้
ให้เหมาะสมกับงาน ให้ได้ผลคุ้มค่ามากที่สุด 
          3. นำกลับมาใช้ใหม่ ทรัพยากรธรรมชาติบางชนิดเมื่อใช้แล้วสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น พวกแร่ธาตุต่าง ๆ กระดาษ 
พลาสติก เหล็ก อะลูมิเนียม ทองแดง เมื่อหมดสภาพการใช้งานแล้วสามารถนำไปหลอม แปรสภาพและนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก
          4. การบูรณะซ่อมแซมหรือทดแทน ทรัพยากรธรรมชาติบางอย่างสามารถทำทดแทนได้ เช่น ป่าไม้ สัตว์ป่า เราสามารถปลูก
ป่า ทดแทนป่าที่ถูกทำลายไปหรือปลูกเสริมในกรณีที่ป่าใกล้หมดสภาพ สัตว์ป่าหลายชนิดเราสามารถเพาะพันธุ์แล้วนำไปปล่อยให้
ขยายพันธุ์ตามธรรมชาติได้ เช่น ปลา เต่า เป็นต้น
          5. หาสิ่งอื่นใช้แทน โดยนำทรัพยากรที่หาง่ายและมีปริมาณมากมาทดแทนที่หายาก เช่น เราใช้พลาสติกเป็นส่วนประกอบ
ในการสร้างรถยนต์ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ในครัวเรือน แทนเหล็กและโลหะอื่น ๆ เราใช้ถุงพลาสติกแทนใบไม้ ใบตอง 
ในการห่อของ เราสร้างบ้านด้วยอิฐ หิน แทนการสร้างด้วยไม้ ทั้งนี้เพื่อประหยัดทรัพยากรที่สำคัญไว้ใช้ในกิจการอื่น ๆ ที่จำเป็น
 นอกจากนี้การคิดประดิษฐ์ของเทียม เช่น ยางเทียม ไหมเทียม เส้นใยเทียมขึ้นมาใช้ ก็ถือว่า เป็นวิธีอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ที่ดีวิธีหนึ่ง
          6. สำรวจหาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มเติม แหล่งทรัพยากรที่มีอยู่นับวันจะหมดไป เราจะต้องศึกษาสำรวจหาแหล่งใหม่ 
เพิ่มเติมอยู่เสมอ ๆ การคิดค้นนำพลังงานจากลมเพื่อหมุนระหัดสูบน้ำบาดาล การนำพลังงานแสงแดดมาขับเคลื่อน เครื่องจักร 
เครื่องยนต์ รถยนต์ และอุตสาหกรรมบางประเภทแทนพลังงานจากแร่เชื้อเพลิง ล้วนเป็นวิธีการที่ดีที่เราจะต้องสำรวจประดิษฐ์
คิดค้นกันต่อไป
          7. ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติโดยเคร่งครัดทั้งผู้รักษากฎหมายและประชาชน
          8. นำเทคโนโลยีใหม่ ๆมาใช้ให้เหมาะกับทรัพยากรธรรมชาติและเกิดประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมมากที่สุด
          9. ให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากมองไม่เห็นความสำคัญของทรัพยากร
และผลต่อเนื่องกับทรัพยากรอื่น ๆ 
        10. กำหนดเขตการเกษตรและอุตสาหกรรมให้แน่นอน ป้องกันการบุกรุกป่าสงวน