ตอนที่ 3 การบำรุงรักษา / โรคศัตรูและการป้องกันรักษา
การบำรุงรักษาองุ่นหลังปลูก
การปลูกองุ่นก็เช่นเดียวกันกับการปลูกพืชอื่น ๆ แต่การบำรุงรักษาองุ่นนั้นค่อนข้างจะมากกว่าพืชชนิดอื่น
ๆ ในการบำรุงรักษาองุ่นที่ปลูกนั้น มีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้
1. การให้ปุ๋ย
ตามปกติพืชทั่ว ๆ ไปจะต้องการอาหารแร่ธาตุต่าง ๆ ที่สำคัญ 3 ชนิด คือ ธาตุ
ไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโปแตสเซียม ดังนั้น เมื่อผู้ปลูกสังเกตเห็นว่าองุ่นที่ปลูกแสดงอาการผิดปกติ
ก็ต้องแก้ไขโดยการเพิ่มอาหาร แร่ธาตุต่าง ๆ ตามที่ปรากฏ เช่น เมื่อขาดธาตุไนโตรเจน
ลักษณะของลำต้นจะแคระแกร็น ใบและลำต้นจะสีเหลืองซีด การเจริญเติบโตช้า
แต่ถ้ามากเกินไปใบจะสีเขียวจัด ก้านเปราะ ผลสุกช้า หากขาดธาตุฟอสฟอรัส
รากจะไม่เจริญเติบโต แคระแกร็น ใบสีเขียวเข้ม ผลแก่ช้ากว่าปกติ และหากขาดธาตุโปแตสเซียม
จะเจริญเติบโตช้า เส้นใบและขอบใบมีสีเหลือง ริมใบมีสีน้ำตาล ปล้องจะถี่หรือระหว่างข้อสั้น
เมื่อองุ่นที่ปลูกปรากฏอาการดังกล่าว จะต้องแก้ไขโดยการเพิ่มอาหารที่ขาดไป
ไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ควรใช้ปุ๋ยจำพวกอินทรียวัตถุใส่เป็นประจำ
เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก เป็นต้น
ขณะเดียวกันควรหมั่นพรวนดินระหว่างแถวด้วยจอบหรือเครื่องทุ่นแรง นอกจากจะปราบวัชพืชแล้ว
ยังเพิ่มปุ๋ยพืชสดให้กับดินอีกด้วยและเป็นการลดการระเหยของน้ำในดิน
2. การให้น้ำ
แม้ว่าองุ่นจะไม่ชอบดินแฉะแต่ก็ต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำน้ำไปปรุงแต่งผลให้เต่ง
โดยเฉพาะในระยะแรกเริ่มปลูกและเริ่มติดผลอย่าให้ขาดน้ำ การปลูกองุ่นเป็นจำนวนมากจำเป็นต้องเตรียมน้ำไว้ให้พร้อม
อาจจะขุดเป็นร่องเพื่อกักขังน้ำไว้ เมื่อองุ่นมีผลแก่เริ่มแก่จะสุก ควรงดการให้น้ำหรือให้บ้างเพียงเล็กน้อย
นอกจากนี้ควรหาวัสดุ เช่น หญ้าแห้ง ฟางข้าวคลุมโคนต้น จะเป็นการช่วยลดการระเหยของน้ำในดิน
ทำให้ดินมีความชุ่มชื้น
3. ลม
ผู้ปลูกองุ่นส่วนมากมักจะไม่ค่อยคำนึงถึงเรื่องลมมากนัก แต่ถ้าผู้ปลูกในที่โล่งเตียนมีลมจัด
จะมีกระทบต่อการปลูกองุ่นเหมือนกัน กล่าวคือ หากมีลมแรง ต้นองุ่นจะโยกคลอนไปตามลม
ใบจะขาด ลมจะพัดพาเกสรของดอกปลิวไปที่อื่น ไม่สามารถผสมพันธุ์กันได้ หรือตัวแมลงที่ช่วยผสมเกสรจะเกาะเกสรไม่ได้
ทำให้เกิดผลน้อย ทางที่ดีควรปลูกต้นไม้อื่นบังลมไว้บ้าง เพราะนอกจากจะบังลมแล้วยังช่วยลดการระเหยของน้ำในดินและอากาศจะมีความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ
โรคศัตรูและการป้องกันรักษา
องุ่นนับได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีโรคและศัตรูมารบกวนมากมาย ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพของท้องถิ่นและดินฟ้าอากาศที่ปลูกองุ่น
โรคองุ่นในเมืองไทยที่พบส่วนมากเกิดจากเชื้อราต่าง ๆ ดังนี้
1. แอนแทรคโนส หรือแบล็ค สปอท (Anthracnos or Black
Spot) จะเกิดที่ตรงยอดและใบอ่อนทำให้ยอดหงิก เป็นจุดสีน้ำตาลไหม้หรือจุดดำ
กิ่งจะเฉา และองุ่นจะตายในที่สุด วิธีป้องกันคือ ตัดส่วนที่เป็นโรคและเผาไฟทิ้ง
2. ดาวนี มิลดิว ( Zdowny Mildew)
เป็นเชื้อราที่ทำลายกิ่งและใบอ่อน โดยจะเกิดรอบช้ำ ๆ บนใบและท้องใบเป็นหย่อม
ๆ แล้วเปลี่ยนเป็นจุดกลมสีขาวที่ท้องใบ เมื่อแก่จะแตกเป็นละอองปลิวไปติดส่วนอื่น
ๆ ซึ่งจะทำลายส่วนนั้นให้เสียหาย ต้นองุ่นจะอ่อนแอ กิ่งแห้งและตาย เมื่อพบโรคนี้ให้ตัดส่วนที่เป็นโรคเผาไฟทิ้ง
3. พาวเดอร์ มิลดิว (Powder Mildew)
เชื้อราชนิดนี้จะทะลายใบอ่อน ดอก และผล โดยเป็นจุดสีเทาแก่ เมื่อแตกจะเป็นละอองปลิวไปทำลายส่วนต่าง
ๆ ทำให้องุ่นไม่เติบโต ดอกผลไม่ติด การป้องใช้กำมะถันผงหรือกำมะถันละลายน้ำพ่นเป็นละอองให้ทั่ว
ทั้งนี้ ควรใช้กำมะถันละลายน้ำผสมกับยาบอร์โดมิกซ์เจอร์ พ่นทุกเดือนจะเป็นการป้องกันได้เป็นอย่างดี
ศัตรู ศัตรูขององุ่นมีทั้งแมลงและอื่น ๆ ซึ่งได้แก่
1. ไส้เดือนฝอย เป็นไส้เดือนที่เล็กมาก จะลายรากและอุดทางเดินของอาหาร
ทำใหองุ่นเฉาแห้งและตายในที่สุด การกำจัดใช้ยาคลอร์เดนออลดรีน 1 ช้อนโต๊ะ
ผสมน้ำ 2 แกลลอน รดบริเวณโคนต้น ส่วนการป้องกันให้รดน้ำยานี้ที่โคนต้น
สัปดาห์ละ 4 ครั้ง
2. หนอน กัดกินใบมีหลายชนิด หากพบน้อยก็จับทำลายให้หมด ถ้ามากใช้วิธีการฉีดยา
3. แมลงปีกแข็ง จะกัดกินใบองุ่นให้เสียหาย ป้องกันและกำจัดโดยใช้ยา
4. ตั๊กแตน จะกัดกินยอดอ่อนของกิ่งที่กำลังแตกตาใหม่ ๆ ป้องกันและกำจัดโดยใช้
5. หนอนผีเสื้อ ซึ่งจะม้วนตัวอยู่ในใบและจะกัดกินใบ ป้องกันและกำจัดโดยใช้ยา
6. เพลี้ยต่าง ๆ จะเกาะตามใบและต้นโดยจะดูดน้ำกิน จนกระทั่งต้นองุ่นตาย
ใช้ยา
7. แมงมุมแดง มีขนาดตัวเล็กมากจะเกาะกินและดูดน้ำในใบ ทำให้ใบเหลือง ร่วงหล่นไป
การป้องกันรักษาใช้กำมะถันผงหรือกำมะถันละลายน้ำ
ฉีดพ่นตามใบสลับกับพาราไธออนหรือคลอร์เดน
8. ปลวก จะกัดกินราก การกำจัดทำได้โดยพรวนดินที่โคน ใช้ยาดีลดรีน น้ำราดลงในดิน
และหมั่นตรวจดูแลอยู่เสมอ
9. นก จะคอยรบกวนผลองุ่นที่ใกล้จะสุกโดยจิกกิน ควรใช้ลวดตาข่ายหรือถุงพลาสติก
หรือใบตองแห้งห่อพวงองุ่นไว้
ผู้ปลูกองุ่นจะต้องเอาใจใส่ในเรื่องการป้องกันไม่ให้โรคศัตรูเกิดขึ้น โดยปฏิบัติ
ดังนี้
1. รักษาความสะอาดบริเวณที่ปลูกองุ่นมิให้รกรุ่งรัง
2. บำรุงต้นองุ่นให้แข็งแรง มีกำลังต้านทานโรค
3. สังเกตต้นองุ่นที่ปลูก หากองุ่นผิดสังเกตต้องหาสาเหตุแก้ไข หรือเมื่อโรคและศัตรูรบกวนต้องทำการกำจัด
หรือฉีดยาป้องกัน