อาชีพ

HOME
หมวดเกษตรกรรม
หมวดศิลปกรรม
หมวดคหกรรม
  การทำดอกไม้จากกระดาษสา >> การนำดอกไม้กระดาษสาไปใช้งาน

การทำดอกไม้จากกระดาษสา
   + แบบทดสอบตนเองก่อนเรียน
   + ความรู้เบื้องต้น
   + ขั้นตอนการทำดอกไม้
   + การนำดอกไม้กระดาษสาไปใช้งาน
   +
การจัดการการตลาด การผลิต และการจัดจำหน่าย
   + แบบทดสอบตนเองหลังเรียน


การทำลวดลายบนกระจก
การประดิษฐ์ดอกมะลิจากแป้งขนมปัง
โครงเครื่องเขินจากกระดาษ
การทำลวดลายและสีบนกระดาษสา
การเขียนลวดลายศิลาดลแบบประยุกต์








การนำดอกไม้จากกระดาษสาไปใช้ในการประดับและตกแต่ง


การประดับและตกแต่งผลิตภัณฑ์กระดาษสาด้วยดอกไม้จากกระดาษสา
การนำดอกไม้จากกระดาษสามาตกแต่งผลิตภัณฑ์ช่วยให้ดอกไม้จากกระดาษสีมีความสวยงาม น่ารัก และมีค่าขึ้น เหมาะที่จะใช้เป็นของขวัญและของฝาก ซึ่งมีวิธีการแต่งได้ไม่ยาก ดังนี้
1. ดอกมะลิ หรือดอกกุหลาบที่เตรียมไว้นำมาเข้ากลุ่มกัน ซึ่งประกอบด้วยใบดอกตูม ดอกแย้ม และดอกบาน นำมามัดรวมกัน แล้วจัดเหมือนจัดช่อดอกไม้แล้วติดกาวลาเท็กซ์ นำไปจัดวางบนผลิตภัณฑ์กระดาษสา พยายามจัดเรียงลำดับ โดยให้ดอกตูมอยู่ด้านบนช่อ แล้วเรียงลำดับดอกแย้มและดอกบานตามมาแซมด้วยดอกยิบโซ โดยมีใบรองพื้น ดังปรากฏในภาพ
2. สำหรับการนำไปประดับของใช้ชนิดอื่นก็เช่นเดียวกัน คือต้องประกอบเป็นช่อเสียก่อนแล้วจึงนำไปติด หากจะใช้ติดเสื้อ หรือติดผม ก็ต้องมีเข็มกลัด หรือกิ๊ป ติดด้านหลังของช่อ ดังจะเห็นได้จากรูปภาพ การทำช่อดอกไม้กระดาษสา เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ใช้สอยตามชอบได้ตามต้องการ
การทำพวงแขวนฝาผนังด้วยดอกไม้จากกระดาษสา
วัสดุอุปกรณ์ ฟางข้าว เชือกปอ หรือเชือกฟาง สีสเปรย์สีน้ำตาล
วิธีทำ ตัดฟางมัดรวมกันต่อให้ได้ความยาว 30 เซนติเมตร มัดให้เป็นวงกลมให้แน่น แล้วใช้สีสเปรย์ฉีดพ่นลงบนโครงฟางนี้ให้ทั่ว ทิ้งไว้ให้แห้ง
นำช่อดอกไม้แต่งให้เหมาะสม และสวยงามตามชอบ สำหรับการทำพวงแขวนดอกไม้ในที่นี้ให้ใช้ดอกกล้วยไม้แคทลียามาประกอบเป็นดอกไม้หลัก แล้วแต่งด้วยใบเฟิร์น หรือใบไม้ประเภทใบฝอย แซมด้วยดอกยิบโซ หรือจะตกแต่งด้วยดอกยิบโซ หรือดอกไม้ชนิดอื่นตามชอบก็ได้ ดังได้เสนอในรูปภาพเพื่อเป็นตัวอย่างให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการทำพวงแขวนดอกไม้ต่อไป
ข้อเสนอแนะ
ในการทำพวงแขวนนี้ ควรเลือกสีและชนิดของดอกไม้ที่นำมาประกอบกันเป็นสิ่งสำคัญที่มีส่วนช่วยให้พวงแขวนมีความเหมาะสม และสวยงามได้ควรเลือกดอกไม้ที่มีลักษณะเด่น 2-3 ดอก แล้วเสริมแต่งด้วยดอกไม้ที่มีดอกเป็นกลุ่มเล็กและเป็นช่อ เช่น ดอกยิบโซ หรือกล้วยไม้บางชนิดที่มีสีเข้ากัน และไม่ควรเลือกดอกไม้ที่มีสีตัดกัน เช่น เหลืองกับแดง เป็นต้น สีที่ควรเลือกคือสีประเภทสีม่วงครามกับสีน้ำเงิน ซึ่งเมื่อเสร็จแล้วจะให้ความรู้สึกและอารมณ์ที่เป็นสุนทรีย์ และอ่อนหวานผิดกัน
การปักแจกันด้วยดอกไม้จากกระดาษสา
ในการจัดดอกไม้ สิ่งสำคัญประการแรกที่ต้องมี คือ ความเชื่อมั่นในตนเองว่าจะสามารถจัดดอกไม้ได้สวยโดยไม่ลังเล เพราะดอกไม้มีความสวยในตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะนำมาจัดโดยวิธีใดก็มีความสวยทั้งนั้น เพียงมีทักษะและเรียนรู้หลักในการจัดดอกไม้เพิ่มเติมก็สามารถจะทำได้โดยไม่จำเป็นต้องเสาะแสวงหา ดอกไม้ที่มีราคาแพงมาจัดก็ได้ ในที่นี้จะเสนอรูปแบบการจัดแจกันแบบต่าง ๆ โดยการเรียนรู้จากรูปภาพ มีทั้งการจัดแจกันทรงสูง ทรงเตี้ย ซึ่งเป็นลักษณะของการจัดแจกันดอกไม้สดที่สามารถปรับใช้เป็นต้นแบบในการจัดดอกไม้จากกระดาษสาได้ต่อไป


การจัดแจกันทรงสูง

1. ใช้แจกันทรงสูงที่ทำจากดินเผา กระเบื้องหวาย หรือแก้วตามแต่จะหาได้ นำก้านผักตบชวา หรือก้านกล้วย หรือต้นเตย อย่างใดอย่างหนึ่งตัดเป็นท่อนเท่ากับความสูงของแจกันแล้วอัดใส่แจกันจนเต็ม ใช้มีดคม ๆ ปาดให้เรียบใส่น้ำให้เต็ม
2. เลือกดอกไม้ ใบไม้ที่ก้านยาว และแข็งแรง ถ้าต้องการให้ดอกตั้งตรงควรใช้ลวดเบอร์ 30 ยาวประมาณ 3 นิ้ว ดามเสียก่อนทุกดอก
3. ใช้ก้านดอกไม้หลัก 3 ดอก ให้มีขนาดดังนี้
ดอกที่ 1 ยาวพันจากแจกัน 1 เท่าครึ่ง หรือไม่เกิน 2 เท่าของความสูงของแจกันที่ใช้
ดอกที่ 2 ยาว 2/3 ของดอกแรก หรือยาวเท่ากับความสูงของแจกัน
ดอกที่ 3 ยาว 1/3 ของดอกแรก หรือยาวเป็นครึ่งหนึ่งของความสูงของแจกัน
4. เมื่อได้ดอกหลักแล้ว หาดอกไม้และใบไม้ช่วยเสริมให้ดูสวยงามขึ้น ซึ่งอาจดัดแปลงให้แตกต่างออกไปตามต้องการของผู้จัด เพียงแต่ยึดหลักใหญ่ ๆ เรื่องความยาวของดอกไม้ไว้เท่านั้น ทั้งนี้ สัดส่วนและการปักยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม ดังรูป



การจัดแจกันทรงเตี้ย


1. เลือกแจกันทรงเตี้ยแบบใดก็ได้ ขนาดพอเหมาะกับการใช้งาน
2. ติดที่ยึดดอกไม้กับแจกัน เช่น ถ้าใช้ตะปูแผงก็ใช้ดินน้ำมันปั้นเป็นรูปยาว ๆ วนให้รอบตะปูแผงนั้น แล้วนำไปกดติดกับก้นแจกัน เพื่อเวลาปักดอกไม้แล้วจะไม่ล้ม ถ้าเป็นแจกันที่กว้างไม่มาก และมีความลึกใช้ก้านผักตบชวา ตัดเป็นท่อนอัดใส่แจกันจนเต็มใช้มีดปาดให้เรียบ เสร็จแล้วใส่น้ำ 2/3 ของแจกัน
3. เลือกดอกไม้และใบไม้ที่มีตามฤดูกาล ก้านแข็งแรง
4. ตัดก้านดอกไม้หลัก 3 ดอกให้มีขนาดดังนี้
ดอกที่ 1 ตัดให้มีความยาวเป็น 1 เท่าครึ่ง ถึง 2 เท่าของแจกัน หรือเส้นผ่าศูนย์กลางบวกกับความลึกของแจกัน
ดอกที่ 2 ยาว 2/3 ของดอกแรก
ดอกที่ 3 ยาว 1/3 ถึง ? ของดอกแรก
5. ปักดอกหลัก 3 ดอกดังรูปแล้วปักใบ หรือดอกแซมลงให้เหมาะกับขนาดของแจกัน ไม่ควรใส่ดอกใบมากเกินไป ดอกแต่ละดอกต้องไม่ทับกันเบียดกันจนแน่น เพียงแต่ช่วยเสริมให้ดอกหลักงามเด่นชัดเท่านั้น ทั้งนี้ สัดส่วนและการปักยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม ดังรูป