เรื่องที่ 1 หลักทั่วไปในการทำพินัยกรรม


หลักทั่วไปในการทำพินัยกรรม

โดยปกติแล้วเมื่อผู้ใดเสียชีวิตลง มรดกของบุคคลนั้นย่อมจะตกแก่ทายาท เช่น บิดา
มารดา บุตร สามีหรือภรรยาเป็นต้น แต่ถ้าก่อนที่บุคคลนั้นจะเสียชีวิตลงเขาอาจจะทำ
พินัยกรรมยกทรัพย์สินของเขาให้แก่ผู้ใดก็ได้ ไม่จำเป็นว่าบุคคลที่มีสิทธิรับพินัยกรรมจะต้อง
เป็นทายาทเสมอไป
การทำพินัยกรรม เป็นเรื่องที่เราประสงค์จะให้ทรัพย์สินของเราตกแก่ใครเมื่อเรา
ตายไปแล้ว แตกต่างจากการที่เราจะยกทรัพย์สินให้แก่ผู้อื่นในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่ หากว่า
เราประสงค์ที่จะยกทรัพย์สินของเราให้แก่ผู้ใด เมื่อเราตายไปแล้วเราเรียกว่า พินัยกรรม
ซึ่งต้องทำตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายเรากำหนด

1. ลักษณะของพินัยกรรม
พินัยกรรม คือการแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตน
หรือในเรื่องต่าง ๆ ที่จะเป็นผลใช้บังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตนตาย
พินัยกรรมเป็นการแสดงเจตนาที่ประสงค์ให้มีผลเมื่อตนเองตายไปแล้ว ซึ่งจะยก
ทรัพย์สินให้แก่ใครก็ได้ หรือให้ผู้ใดเข้ามาจัดการทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดของตนก็ได้ แต่
จะทำให้พินัยกรรมนั้น มีผลบังคับไปถึงทรัพย์สินของผู้อื่น ที่มิใช่ของตนนั้นย่อมทำไม่ได้ เช่น
นายแดงทำพินัยกรรมว่า เมื่อตนเองตายจะขอยกที่ดินของนายขาว ซึ่งเป็นพี่ชายตนให้แก่
นางเหลือง ซึ่งเป็นการยกทรัพย์สินของผู้อื่นให้แก่นางเหลือง กรณีเช่นนี้ ทำไม่ได้ เพราะไม่ใช่
ทรัพย์สินของตน เอกสารที่มีข้อความเป็นพินัยกรรมแม้ไม่มีคำว่าเป็นพินัยกรรม ก็ถือว่าเป็น
พินัยกรรมมีผลให้ได้ แต่ถ้ามีคำว่าพินัยกรรม แต่ไม่มีข้อความว่าพินัยกรรม ให้มีผลบังคับ
เมื่อตายไปแล้ว ก็ไม่ถือว่าเป็นพินัยกรรม เช่น สมชายเขียนหนังสือไว้ว่า ตั้งแต่นี้ต่อไปขอทำ
พินัยกรรมยกเงินสดให้แก่นายเจริญ 5,000 บาท ดังนี้ถือว่าไม่ใช่พินัยกรรม เพราะไม่ประสงค์
จะให้นายเจริญได้รับเงินเมื่อหลังจากที่นาย สมชายตายไปแล้ว
การพิจารณาว่าเป็นพินัยกรรมหรือไม่ ต้องมีข้อความกำหนดการเผื่อตายในเรื่องของ
ทรัพย์สินของผู้ตายว่าให้ตกเป็นของใคร หรือให้จัดการอย่างไรเมื่อผู้ทำพินัยกรรมตายไปแล้ว หากมีข้อความดังกล่าวก็เป็นพินัยกรรมโดยไม่ต้องระบุว่าเป็นพินัยกรรม
การทำพินัยกรรมอาจไม่ใช่เรื่องการยกทรัพย์สินให้ผู้ใดก็ได้ แต่อาจเป็นเรื่องอื่น ๆ ที่
ให้มีผลตามกฎหมายก็ได้ เช่น เมื่อตนเองตายไปแล้วขอยกปอดให้แก่โรงพยาบาลศิริราชหรือ
ให้จัดงานศพของตนอย่างง่าย ๆ ดังนี้ก็เป็นพินัยกรรมเช่นกัน

2. ข้อพิจารณาในการทำพินัยกรรม
ผู้ที่ทำพินัยกรรมได้ต้องมีอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ จึงมีสิทธิตามกฏหมายในการทำพินัยกรรม
หากอายุต่ำกว่า 15 ปีทำพินัยกรรม ถือว่า พินัยกรรมนั้นใช้ไม่ได้ (พินัยกรรมนั้นไม่มีผล) หรือ ตาม
กฎหมายเรียกว่า เป็นโมฆะนั่นเอง นอกจากนั้นบุคคลใดที่ศาลได้มีคำสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความ
สามารถแล้ว ก็ไม่สามารถทำพินัยกรรมได้เช่นกัน หากฝ่าฝืนทำพินัยกรรมขึ้นมาผลก็คือพินัยกรรม นั้นใช้ไม่ได้หรือตามกฎหมายเรียกว่าเป็นโมฆะเช่นกัน

3. แบบพินัยกรรม
การทำพินัยกรรมนั้น ต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นไม่ถือว่าเป็นพินัยกรรม
พินัยกรรมนั้นมีอยู่ 6 แบบด้วยกันคือ
1. พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ
2. พินัยกรรมแบบธรรมดา
3. พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
4. พินัยกรรมแบบเอกสารลับ ซึ่ฃจะต้องไปทำต่อหน้านายอำเภอเช่นกัน
5. พินัยกรรมแบบทำด้วยวาจา ซึ่งจะทำพินัยกรรมแบบนี้ได้นั้นต้องมีพฤติการณ์พิเศษ
ที่ไม่สามารถทำพินัยกรรมแบบอื่นๆ ได้ เช่น ตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย มีโรคระบาด หรือ
มีการทำสงครามกันอยู่
6. พินัยกรรมทำในต่างประเทศ และพินัยกรรมทำในภาวะการรบหรือสงคราม
พินัยกรรมแต่ละแบบมีลักษณะแตกต่างกัน ผู้ทำพินัยกรรมสามารถเลือกทำตามแบบใด
ก็ได้แล้วแต่ความพอใจ แต่ต้องไม่ลืมว่าข้อความในพินัยกรรมต้องเป็นเรื่องกำหนดการเผื่อตาย
เอาไว้ มีข้อความเป็นพินัยกรรม และต้องคำนึงถึงความสามารถของผู้ทำพินัยกรรมด้วย แต่
พินัยกรรมที่สามารถทำได้อย่างไม่ยุ่งยากมี 2 แบบ ซึ่งเราจะศึกษากันในเรื่องพินัยกรรมชาวบ้านนี้
ก็คือพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ และแบบธรรมดา ซึ่งได้อธิบายต่อไป