การตั้งผู้จัดการมรดก

การตั้งผู้จัดการมรดก ทำได้ 2 กรณี คือ
1. ตั้งผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรม กล่าวคือเมื่อเจ้ามรดกตายลงก่อนตาย อาจทำพินัยกรรม ตั้งให้ใครก็ได้เป็นผู้จัดการมรดกหรืออาจระบุไว้ในพินัยกรรมว่าให้ใครที่ได้ระบุไว้ในพินัยกรรม
เป็นผู้ตั้งผู้จัดการมรดก
ตัวอย่าง เช่น สรพงษ์ได้ทำพินัยกรรมไว้ว่า หากตนเองตายลงให้จินตราเป็นผู้จัดการมรดก
ของตน
วิชิตได้ทำพินัยกรรมไว้ว่า หากตนตายลง ให้สิทธิ์ชัยตั้งใครก็ได้เป็นผู้จัดการมรดกของตน
ข้อสังเกตในการตั้งผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรมนี้ พินัยกรรมต้องสมบูรณ์ใช้ได้ตามกฎหมาย ซึ่งในชั้นนี้จะไม่ขอกล่าวถึงเรื่องความสมบูรณ์ของพินัยกรรม
ตัวอย่าง ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2340/2519 ข้อความในพินัยกรรมมีว่าขอมอบพินัยกรรม
ให้ ม. และขอตั้ง ม. ให้เป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม เป็นการชัดเจนอยู่ในตัวว่าตั้ง ม. เป็นผู้ จัดการมรดกโดยไม่จำกัดว่าเป็นทรัพย์มรดกสิ่งใดบ้าง
ผู้ที่ถูกตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม อาจไม่ยินยอมเป็นผู้จัดการมรดกก็ได้เพราะ
เป็นสิทธิเฉพาะตัวจะไปบังคับเขาไม่ได้และการที่เจ้ามรดกตั้งใครเป็นผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรม
ก็หาบังคับให้ศาลตั้งผู้นั้นเป็นผู้จัดการมรดกได้ไม่

2. ตั้งผู้จัดการมรดกโดยคำสั่งศาล ในเรื่องประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713
บัญญัติไว้ว่า ทายาท หรือผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการจะร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดก
ก็ได้ในกรณีดังต่อไปนี้
1. เมื่อเจ้ามรดกตาย ทายาทโดยธรรม หรือผู้รับพินัยกรรมได้สูญหายไป หรืออยู่นอก
ราชอาณาเขต หรือเป็นผู้เยาว์
2. เมื่อผู้จัดการมรดกหรือทายาทไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะจัดการ หรือมีเหตุขัดข้องในการ
จัดการหรือในการแบ่งปันมรดก
3. เมื่อข้อกำหนดพินัยกรรมซึ่งตั้งผู้จัดการมรดกไว้ไม่มีผลบังคับไว้ ด้วยประการใด ๆ
การตั้งผู้จัดการมรดกนั้นถ้ามีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ศาลตั้งตามข้อกำหนดพินัยกรรมและ ถ้าไม่มีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์และโดยคำนึง ถึงเจตนาของเจ้ามรดกแล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร

มีข้อพิจารณา ดังนี้
ผู้มีอำนาจร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกมี 3 ประเภท คือ
1. ทายาท หมายถึง ทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของเจ้ามรดก ไม่ว่าจะเป็นทายาทโดยธรรม
หรือทายาทโดยพินัยกรรม ในชั้นนี้จะไม่ขอกล่าวถึง
ตัวอย่าง ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1491/2523 ทายาทที่จะร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดก
ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 หมายความถึงทายาทผู้มีสิทธิรับมรดก
เท่านั้น ไม่หมายความถึงผู้ที่อยู่ในลำดับทายาททุกลำดับ ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 1629
2. ผู้มีส่วนได้เสีย หมายถึง ผู้มีผลเกี่ยวข้องในกองมรดก โดยไม่จำเป็นต้องเป็นทายาท
ส่วนได้เสียในที่นี้ต้องเป็นส่วนได้เสียตามกฎหมาย
ถ้าไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายก็ไม่มีสิทธิร้องขอ แต่ศาลได้ตั้งผู้จัดการมรดก เช่น
- ลูกเลี้ยงของผู้ตาย ซึ่งผู้ตายไม่ได้จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมตามกฎหมาย ไม่ใช่ผู้มีส่วน
ได้เสีย
- ญาติผู้ดูแลทรัพย์มรดก แต่ไม่ใช่ทายาท ไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสีย
ตัวอย่าง ผู้มีส่วนได้เสีย เช่น
- สามีตาย ภรรยาที่ไม่ขอบด้วยกฎหมายไม่ได้จดทะเบียนสมรส ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์
รวมในทรัพย์มรดกที่ยังมิได้แบ่งปัน เป็นผู้มีส่วนได้เสีย
ผู้มีส่วนได้เสียที่จะขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นทายาท
ส่วนเจ้าหนี้ของกองมรดก (เจ้าหนี้ผู้ตาย) ไม่ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอให้ศาลตั้ง
ผู้จัดการมรดกได้ เว้นแต่กองมรดกที่ผู้ตายไม่มีทายาท เจ้าหนี้ไม่อาจบังคับชำระหนี้ จนกว่าจะ
ได้ตั้งผู้จัดการมรดกขึ้น ในกรณีเช่นนี้ถือว่าเจ้าหนี้เป็นผู้มีส่วนได้เสีย มีสิทธิร้องขอต่อศาลให้
ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกได้
3. พนักงานอัยการ พนักงานอัยการจะร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้ในกรณีที่
มรดกตกทอดแก่ผู้เยาว์ที่ไม่มีญาติและผู้ปกครอง บุคคลทั้งสามประเภทที่กล่าวมานี้ มีสิทธิ์
รับรองให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกได้ หรืออาจร้องขอให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกเอง หรือตั้งให้
บุคคลอื่นเป็นผู้จัดการมรดก โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นทายาท
เช่น ทายาทยื่นคำร้องขอให้นายมดเป็นผู้จัดการมรดกเมื่อนายมดมีคุณสมบัติตามกฎหมายศาล
ก็ต้องให้นายมดเป็นผู้จัดการมรดกได้ แม้นายมดไม่ได้เป็นทายาท
เมื่อได้ทราบถึงประเภทของบุคคลที่จะร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว ข้อพิจารณาตาม
กฎหมายต่อไป คือ เหตุที่จะให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดก
1. กรณีทายาทโดยธรรม หรือผู้รับพินัยกรรมได้สูญหายไป หรืออยู่นอกราชอาณาเขตหรือ
เป็นผู้เยาว์
กรณีนี้เป็นกรณีที่ไม่สามมารถพบตัวทายาทให้มารับมรดกได้ และเป็นกรณีที่ทายาทยังเป็น ผู้เยาว์ยังไม่มีความสามารถตามกฎหมายที่จะจัดการมรดกได้ จึงเป็นเหตุขัดข้องจำเป็นที่ต้องมี
ผู้จัดการมรดกมาดูแลทรัพย์มรดก
2. กรณีผู้จัดการมรดกหรือทายาทไม่สามารถ หรือไม่เต็มใจที่จะจัดการหรือมีเหตุขัดข้องใน
การจัดการหรือในการแบ่งปันมรดก
ตัวอย่าง ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 641/2515 พินัยกรรมของผู้ตายกำหนดให้บุตรห้าคนเป็น
ผู้จัดการมรดก แต่บุตรสองคนยังไม่บรรลุนิติวาระไม่สามารถจัดการมรดกได้ และบุตรอีกคนหนึ่ง
ไม่เต็มใจที่จะจัดการมรดกร่วมด้วย ดังนี้บุตรอีกสองคนย่อมร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกได้
หรือไม่สามารถจัดการมรดกได้ เช่น เป็นคนไร้ความสามารถ วิกลจริต หรือเจ็บป่วยเรื้อรัง
ไม่เต็มใจจัดการมรดก ถือเป็นเหตุให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกคนอื่นได้ เพราะการจะจัดการมรดก
เป็นเรื่องของความสมัครใจจะบังคับทายาทไม่ได้
เช่น ทายาทต่างทะเลาะ โต้เถียง ไม่สามารถจัดการมรดกได้โดยเรียบร้อย หรือมีเหตุขัดข้อง
ทางเจ้าหน้าที่โดยไปขอรับโอนมรดก แต่เจ้าพนักงานที่ดินหรือเจ้าหน้าที่ธนาคารไม่ดำเนินการ
ให้ ต้องให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกเสียก่อนดังนี้ เป็นต้น
3. เมื่อข้อกำหนดพินัยกรรม ซึ่งตั้งผู้จัดการมรดกไม่มีผลบังคับได้ด้วยประการใด ๆ
เช่น พินัยกรรมเป็นโมฆะไม่สามารถใช้พินัยกรรมตามกฎหมายได้
ถ้ามีพินัยกรรมตั้งผู้จัดการมรดกไว้ก็ให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมให้ตรงกับเจตนา
ของเจ้ามรดกผู้ทำพินัยกรรม เว้นแต่มีพฤติการณ์ที่ไม่สมควรตั้งผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ศาลก็อาจตั้งผู้อื่นเป็นผู้จัดการมรดกได้
ผู้จัดการมรดกจะมีคนเดียวหรือหลายคนก็ได้
หากมีผู้จัดการมรดกหลายคน ในการจัดการมรดกจะจัดการมรดกกันอย่างไร พิจารณาดังนี้
ก. ถ้ามีพินัยกรรมตั้งผู้จัดการมรดกหลายคณะ และพินัยกรรมได้กำหนดให้จัดการอย่างไร
ให้เป็นไปตามพินัยกรรม
เช่น พินัยกรรมตั้ง ก. ข. ค. เป็นผู้จัดการมรดก และกำหนดให้ 2 ใน 3 มีอำนาจตัดสินใจ
ในการจัดการมรดก ดังนี้คนใดคนหนึ่งจะทำคนเดียวไม่ได้ แต่ผู้จัดการมรดก 2 คน สามารถ
จัดการร่วมกันได้
ข. ถ้ามีพินัยกรรมตั้งผู้จัดการมรดกหลายคนโดยไม่ได้กำหนดอำนาจจัดการ ถ้าผู้จัดการ
มรดกบางคนไม่สามารถหรือไม่เต็มใจจะจัดการ ผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่จะร่วมกันจัดการ
มรดกต่อไปได้ ถ้าเหลือคนเดียวผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่คนเดียวนั้น จัดการต่อไปได้
ค. ถ้าเป็นผู้จัดการมรดกหลายคนที่ศาลตั้ง จะจัดการแยกกันไม่ได้ต้องร่วมกันจัดการด้วย
กันทุกคน ถ้าผู้จัดการมรดกที่ศาลตั้งไว้หลายคน บางคนไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะจัดการ
ผู้จัดการมรดกที่เหลือจะจัดการอะไรไม่ได้เลย ต้องมาขออำนาจศาลให้ศาลตั้งผู้นั้นเพียงผู้เดียว
เป็นผู้จัดการมรดกเสียก่อน