งานคืออะไร
ความหมายของงาน
งาน คือ กิจกรรมที่มนุษย์กระทำขึ้นเพื่อสนองความต้องการของตนเอง หรือกิจกรรมที่ร่วมกันกระทำขึ้นเพื่อสังคม
จำแนกตามลักษณะของกลุ่มงานเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1. งานราชการ คือ งานที่เกิดขึ้นจากผลของกฎหมาย ที่ผู้มีอำนาจรัฐกำหนดเป็นหน่วยงานทางราชการ เช่น ในประเทศไทยแบ่งเป็นกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ
2. งานกึ่งราชการ คือ งานที่รัฐบาลร่วมมือกับเอกชน เช่น รัฐวิสาหกิจ ได้แก่ กิจการที่เป็นสาธารณูปโภค เช่น การไฟฟ้า การขนส่ง การไปรษณีย์โทรเลข เป็นต้น
3. งานภาคเอกชน คือ งานที่เอกชนหรือนิติบุคคลจัดทำขึ้น เช่น บริษัท ห้างร้าน สมาคม มูลนิธิ และงานอาชีพอิสระภายในครอบครัว เช่น งานอุตสาหกรรม งานบริการ งานเกษตรกรรม เป็นต้น


เป้าหมายของการทำงาน
ถ้าจะถามบุคคลทุก ๆ อาชีพว่า ทำงานไปเพื่ออะไรคงจะได้รับคำตอบ
ที่แตกต่างกัน ตามแต่ความมุ่งหวังของแต่ละบุคคล แต่สิ่งที่ทุกคนจะปฏิเสธ
ไม่ได้ในเรื่องของความต้องการที่เกิดจากผลของการทำงาน
ซึ่งหมายถึงเป้าหมายของการทำงานนั้น ก็คือ
1. ทำงานเพื่อให้ได้เงิน ถึงแม้เงินจะไม่ใช่เป้าหมายของทุกงานก็ตาม
แต่หลักความจริงอันหนึ่ง ก็คือ มนุษย์เรามีความต้องการด้านร่างกาย
มนุษย์จึงพยายามทำงานเพื่อให้ได้เงินมาใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ขวนขวายหาวัตถุหรือสิ่งอำนวยความสะดวกมาให้ตนเองได้อยู่อย่างสุขสบาย
การทำงานจึงต้องมุ่งหวังเงินเป็นสิ่งตอบแทน
2. ทำงานเพื่อให้ได้อำนาจ นอกจากความต้องการด้านร่างกายแล้ว
มนุษย์ยังต้องการให้คนอื่นเคารพยำเกรง ชอบการยกย่องชมเชย
การทำงานส่วนมากจึงตั้งเป้าหมายที่จะเป็นหัวหน้างานหรือผู้นำที่มีอำนาจ
เป็นผู้บริหารกิจการของรัฐ
3. ทำงานเพื่อให้ได้ตำแหน่งทางสังคม การมีอำนาจและตำแหน่งจะมีความ
เกี่ยวพันกัน เพราะเมื่อมีตำแหน่งก็จะมีอำนาจในการสั่งการหรือบริหารตามความมุ่งหวังของตน
4. ทำงานเพื่อความรู้สึกว่าตัวเองมีความสามารถ เพราะถ้าหากทำงานได้บรรลุ
เป้าหมายหรือสำเร็จ ก็จะรู้สึกภาคภูมิใจ และได้ค่าตอบแทนที่คุ้มค่า ทั้งยังจะได้รับความชื่นชม
จากคนอื่นอีกด้วย
5. ทำงานโดยมีเป้าหมายเพื่อสังคมและส่วนรวมจะมีกลุ่มบุคคล
อีกกลุ่มหนึ่งที่มีเป้าหมายในการช่วยเหลือสังคม โดยไม่หวังผลตอบแทนต่อ
ประโยชน์ส่วนตน เช่น มูลนิธิการกุศล สมาคมสงเคราะห์ หรือนักบวชที่อุทิศ
ตนให้ศาสนา มุ่งหวังสอนบุคคลให้เป็นคนดี อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข
จากเป้าหมายของการทำงานจึงพอสรุปได้ว่า
บุคคลทำงานอาชีพมีเป้าหมายของการทำงานเพื่อให้ตนเองและบุคคลอื่นที่อยู่ในสังคม
เกิดความสุขทุก ๆ ด้านตามความต้องการของมนุษย์


ความสุขที่เกิดจากความสำเร็จของงาน
ความสุข คือ ความสบายกายสบายใจของบุคคล ความสำเร็จของงาน ก็คือ การทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ของงานนั้น ๆ ดังนั้น ความสุขที่เกิดจากความสำเร็จ
ของงาน จึงหมายถึง ความสบายกาย สบายใจ เมื่อทำงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งมีลักษณะ
ดังต่อไปนี้
1. เกิดความมั่นใจในคุณภาพของงาน หมายถึง ความเชี่ยวชาญ ชำนาญการใน
งานที่ตนเองรับผิดชอบ
2. มีความสุขกับงาน รู้สึกชอบทำงานนั้นอีกเมื่อทำงานสำเร็จก็มีความภูมิใจ
และคิดว่างานที่เราเคยทำสำเร็จ ถ้าได้ทำงานเหมือนเดิมก็จะพอใจและเต็มใจ
ผลงานก็จะดีขึ้นกว่าเดิม
3. พอใจในผลตอบแทนที่ได้จากงานที่ทำประสบความสำเร็จ
4. มีน้ำใจและอยากเผยแพร่ผลงาน
5. พร้อมที่จะทำงานที่ยุ่งยากซับซ้อนยิ่งขึ้นซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของบุคคล
ที่มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนางานให้ดีให้เด่นขึ้นกว่าเดิม จึงพร้อมที่จะทำงานที่ยุ่งยากซับซ้อนยิ่งขึ้น
6. การประสานสัมพันธ์เพื่อนร่วมงานดีขึ้น ลักษณะของบุคคลที่ทำงาน
ประสบความสำเร็จจะเป็นบุคคลที่มีการประสานสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานได้ดี
เพราะบุคคลทุกคนก็ต้องการทำงานกับคนเก่ง คนดี คนที่เคยมีผลงานดีเด่น
7. ครอบครัว ญาติพี่น้องให้กำลังใจและให้ความร่วมมือ เป็นลักษณะทั่วไปของสังคมไทยที่ชื่นชมและยกย่องเฉพาะคนทำดี
โดยเฉพาะครอบครัว ญาติพี่น้องมีส่วนสำคัญที่จะเป็นกำลังใจอยู่เบื้องหลัง
ของความสำเร็จ ความสุขก็จะเกิดขึ้นในชีวิตและครอบครัว
8. ผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือบุคคลทั่วไปให้เกียรติและชื่นชมในผลงาน


ปัญหาของการทำงาน
งานทุกอย่างย่อมมีอุปสรรค มีคนจำนวนมากที่ทำแล้วล้มเหลว ผิดหวังในชีวิต ปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญที่ทำให้งานไม่สำเร็จ มีสาเหตุดังนี้
1. งานยากไป งานบางงานมีความยากไปสำหรับบางคนที่ไม่รู้จักประเมินความ
สามารถของตน การงานที่ยากไปก่อให้เกิดปัญหาการทิ้งงานและการหนีงาน เกิดความท้อแท้
เบื่อหน่าย ต้องใช้เวลาในการทำงานมาก
2. ขาดความชำนาญ ขาดประสบการณ์ที่ดีพอ ทำให้เกิดปัญหาในการทำงาน ต้องรู้จักพัฒนาตนเองด้วยการศึกษาเพิ่มเติม สอบถามผู้รู้อยู่เสมอ
3. ขาดกำลังใจ กำลังใจมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการทำงาน โดยเฉพาะงานที่มีความซับซ้อน
ยุ่งยาก ใช้เวลามาก ต้องมีคนให้กำลังใจ ให้แรงสนับสนุนถึงจะสำเร็จลงได้
4. ขาดความพร้อม ทีมงานไม่พร้อมทำให้งานล้มเหลว ขาดวัสดุอุปกรณ์ ทำให้งานดำเนินไป
ไม่ได้ ต้องสร้างความพร้อมให้ตนเอง และเพื่อนร่วมงานก่อนการทำงานทุกครั้ง
5. ขาดความต่อเนื่อง งานทุกอย่างถ้าขาดความต่อเนื่อง งานไม่เป็นไปตามระยะเวลา
ที่กำหนด เร็วไปหรือช้าไป จะทำให้ผลงานออกมาไม่ดี ไม่เป็นที่พอใจของตัวเองและคนประเมินผลงาน
6. ขาดความคล่องตัว เนื่องจากคิดช้า กังวล หรือกำลังกายกำลังใจไม่พร้อม
ขาดเครื่องอำนวยความสะดวก เพื่อนร่วมงานไม่ให้ความร่วมมือ
7. ขาดความตั้งใจ เป็นปัญหาที่สำคัญมากในการดำเนินกิจการทุกอย่าง
เพราะถ้าขาดความตั้งใจแล้ว ผลงานออกมาจะไม่ดี ฉะนั้น ขอให้ตั้งใจ
ในการทำงานอยู่เสมอ ถามตัวเองว่าเราตั้งใจมากเพียงพอหรือยัง
8. ขาดการพิจารณาใช้บุคคลให้เหมาะสมกับงาน เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าบุคคลได้งานที่ตนเองไม่มีความรู้ความถนัดในเรื่องดังกล่าว
ระบบงานโดยภาพรวมก็จะล้มเหลวลงไปด้วย จึงต้องมีศิลปะการเลือกคนให้เหมาะสมกับงาน


การครองตน ครองคน ครองงาน
เมื่อเข้าใจเป้าหมายของการทำงาน และความสุขที่เกิดจากความสำเร็จของงาน ตลอดจนรู้ปัญหาอุปสรรคของการทำงานแล้ว ควรจะต้องรู้หลักและวิธีการที่จะทำให้งาน
มีความมั่นคง จะต้องรู้วิธีการครองตน ครองคน และครองงาน ตามหลักการต่อไปนี้
1. การครองตน คือ การรู้จักตนเอง คนเราต้องมีเป้าหมายในชีวิตที่แน่นอน
เรียกว่ามีเป้าหมายแห่งตน รู้จักควบคุมตนหรือมีวินัยแห่งตน
หมายความว่า ทำงานสำเร็จได้ด้วยตนเอง การครองตนที่ดีควรใช้หลักการดังต่อไปนี้
1.1 การรู้จักตนเองด้วยความมีสติ คือ มีความมั่นคงตั้งมั่นกับเป้าหมายแห่งตน และมีความละอายเกรงกลัวต่อบาป
1.2 มีความอดทนและความสงบเสงี่ยม ให้เกียรติกับบุคคลทุกระดับชั้น
1.3 มีความขยัน ให้ความร่วมมือกับบุคคลอื่นและรู้จักช่วยตนเอง
1.4 ไม่ทำตนให้อยู่ในความประมาท เช่น การลุ่มหลงในอบายมุข พัฒนาตนเอง
แสวงหาความรู้อยู่เสมอ
1.5 รู้จักการถ่อมตน ไม่ยกตนข่มท่าน ไม่อวดเก่ง อวดดี ต้องเอาดีมาอวด
1.6 มีความสำนึกในคุณงามความดีของตนเองและผู้อื่น

2. การครองตน คือ การรู้จักคนอื่น มองคนอื่นในแง่ดี ในการทำงานร่วมกับคนอื่น การครองคนเป็นเรื่องที่ยากที่สุด จึงควรทราบหลักการครองใจคน ซึ่งหลักทางพุทธศาสนาได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนในที่นี้จะนำเสนอเฉพาะในส่วนที่สำคัญ ดังนี้
2.1 การรู้จักเสียสละแบ่งปันด้วยจิตใจที่โอบอ้อมอารี เป็นการครองใจคนที่ดีวิธีหนึ่ง เพราะการเป็นผู้ให้ทุกอย่างแก่บุคคลอื่น ย่อมจะได้รับผลตอบแทนที่มีค่ามากกว่าสิ่งของที่ให้ไป
นั่นคือ ทำให้เกิดความรัก ความศรัทธา
2.2 การรู้จักเลือกใช้วาจาที่อ่อนหวาน คนอื่นฟังแล้วสบายใจ อยากอยู่ใกล้
อยากคบค้าสมาคมด้วย ต้องมีความรับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง
ตามภาษิตที่ว่า “พูดเป็นนายใจเป็นบ่าว” หมายความว่า ให้คิดก่อนพูด พูดแล้วต้องทำ
ปฏิบัติตามอย่างที่พูด
2.3 พลอยยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี ยกย่องชมเชยเมื่อผู้อื่นทำงานประสบความสำเร็จ
ให้ความจริงใจ ให้ความช่วยเหลือในโอกาสอันควร
2.4 การทำตนให้เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย คือ การติดต่อสัมพันธ์กับบุคคลอื่นอย่างสม่ำเสมอ ไม่ให้ขาดช่วงตอน ก็จะทำให้การทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง มีน้ำใจต่อกัน

3. การครองงาน คือ การรู้จักงานที่ตนเองกำลังทำ และทำงานอย่างมีความสุข รักและชอบในงานที่ตนเองกำลังทำอยู่ มีวิธีการครองงาน ดังนี้คือ
3.1 การครองงานโดยใช้ความรู้และปัญญา กล่าวคือ ปัญญากับ
ความรู้ต่างก็เกื้อกูลต่อกัน รู้จักการค้นหาความรู้ใหม่มาช่วยพัฒนางานที่ตนเอง
ทำอยู่ให้ดีขึ้นอยู่เสมอ
3.2 การครองงานโดยใช้หลักธรรมมุ่งมั่นสูงความสำเร็จ คือ การมีใจรัก
มีความพากเพียรทำ ตั้งใจฝักใฝ่ และใช้ปัญญาไตร่ตรอง งานนั้นก็จะสำเร็จ
เมื่องานสำเร็จ การทำงานก็จะมีความสุข มีความรักในงาน
3.3 การให้ความรักและความเคารพในงานอาชีพของตน
ไม่ดูถูกหรือให้ใครดูหมิ่นในงานของตน มีจริยธรรมในอาชีพ
คือการซื่อสัตย์ต่องานในหน้าที่ของตน การครองตน ครองคน ครองงาน
เป็นศิลปะการทำงานให้มีความสุข บุคคลใดใช้หลักการตามที่กล่าวมาก็จะ
มีความสำเร็จในการทำงาน ฉะนั้น การครองตนก็คือการรู้จักตนเอง
การครองคนคือการรู้จักผู้อื่น ส่วนการครองงานคือการมีสมาธิในการทำงาน
อย่าหนีปัญหา แก้ปัญหาให้ถูกต้อง และตัวเองก็มีความสุขกับการทำงาน
คนก็จะมีความสุข