การฟ้องศาลในคดีแพ่ง

            ในคดีแพ่งเป็นคดีที่ไม่ต้องแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นคดีอาญา แต่คดีแพ่งผู้เสียหาย
หรือผู้ที่มีส่วนได้เสียจะต้องเป็นผู้ดำเนินคดี  โดยการฟ้องร้องต่อศาลเอง  ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่ฟ้องร้อง
ในคดีแพ่งต่อศาลมักจะมอบหมายให้ทนายความเป็นตัวแทนในการฟ้องร้อง เนื่องจากมีความรู้ทาง
ด้านกฎหมาย สามารถที่จะต่อสู้คดีได้  การฟ้องร้องในทาง แพ่งมีลักษณะที่เราจะฟ้องร้อง ต่อศาล
ให้พิจารณาออกคำสั่ง และตัดสินได้ดังนี้
        1. การร้องต่อศาลฝ่ายเดียว ซึ่งการร้องฝ่ายเดียวนี้เป็นการร้องขอต่อศาลโดยไม่มีคู่กรณี  เพื่อให้
ศาลออกคำสั่งตามที่ตนต้องการ เช่น การร้องต่อศาลเพื่อให้แต่งตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดก การร้อง
ต่อศาลในการอายัดทรัพย์เพื่อชำระหนี้ การร้องต่อศาล  เพื่อสั่งให้ทำการสมรส การร้องต่อศาล
ฝ่ายเดียวหรือการร้องต่อศาลโดยไม่มีคู่กรณี ผู้ร้องไม่ต้องแต่งตั้งทนายก็ได้เพียงแต่ไปปรึกษากับ
เจ้าหน้าที่ธุรการศาลเพื่อขอคำแนะนำช่วยเหลือทางเจ้าหน้าที่ธุรการศาลจะช่วยดำเนินการได้
        2. การฟ้องต่อศาลในคดีแพ่งโดยมีคู่กรณี 2 ฝ่าย ฝ่ายที่ฟ้องจะเป็นฝ่ายที่เสียหายซึ่งเรียกกันว่า
ฝ่ายโจทก์ และฝ่ายที่ถูกฟ้องจะเป็นฝ่ายจำเลย   เมื่อเกิดคดีในทางแพ่ง  ฝ่ายโจทก์จะไปแจ้งความต่อ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่น คดีอาญาไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่รับแจ้งความ เคยมีคดีความทางแพ่ง
ที่ไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่บ่อย ๆ ได้แก่คดีที่สามีภรรยาต้องการหย่าขาดจากกันก็พากัน
ไปแจ้งความประสงค์ที่จะหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องแจ้งให้
ทราบว่าตนเองไม่มีอำนาจรับแจ้งความในเรื่องการหย่า ต้องไปแจ้งความประสงค์การหย่ากัน
ที่อำเภอ และถ้าหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ยินยอมหย่า จะต้องฟ้องร้องต่อศาลเพื่อพิจารณาการหย่า
การฟ้องคดีแพ่งที่มีคู่กรณี ปกติฝ่ายโจทก์มักจะหาทนายความเพื่อปรึกษาปัญหาต่าง ๆ ทางด้านกฎหมาย
และแต่งตั้งทนายความให้เป็นผู้ฟ้องร้องคดีต่อศาลแทน ซึ่งการฟ้องคดีแพ่งที่กรุงเทพมหานคร จะฟ้องร้อง
ต่อศาลแพ่ง และศาลแพ่งธนบุรี ถ้าอยู่เขตฝั่งธนบุรีเดิม ส่วนในต่างจังหวัดก็ฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดนั้น
        3. การฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ตามปกติเมื่อเกิดคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาจะฟ้อง
คดีแพ่งควบคู่กับไปคดีอาญาต่อศาลอาญาที่รับฟ้องคดีอาญา เช่น โจรวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำของผู้หญิง
คนหนึ่งซึ่งยืนรอรถประจำทางอยู่ และได้นำสร้อยคอไปขาย  ต่อมาโจรวิ่งราว ทรัพย์ผู้นั้นถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ตามจับได้ และให้การรับสารภาพ  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำสำนวนการสอบสวน และโจรวิ่งราวทรัพย์ผู้นั้น
ส่งให้อัยการเพื่อดำเนินการส่งฟ้องศาล การกระทำผิดวิ่งราวทรัพย์เป็นคดีความผิดทางอาญา ส่วนการนำ
สร้อยคอ ทองคำไปขายเสียแล้ว ทางผู้เสียหายจะต้องได้สร้อยคำทองคำคืน การเรียกร้องที่จะได้สร้อยคอ
ทองคำคืนเป็นคดีความทางแพ่ง คดีแพ่งลักษณะเช่นนี้จะฟ้องคดีแพ่งควบคู่ไปกับคดีอาญาได้เลยต่อศาล
อาญาในเขตกรุงเทพฯ เดิม หรือศาลอาญาธนบุรีในเขตฝั่งธนบุรีเดิม  แต่ถ้าเป็นคดีที่เกิดขึ้นในต่างจังหวัด
ก็ฟ้องต่อศาลจังหวัดนั้น ดังแผนภูมิข้างล่าง

 
        แต่ในการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา จะฟ้องคดีอาญาต่อศาลอาญาและฟ้องร้องทางแพ่ง
ต่อศาลแพ่งต่างหากก็ย่อมทำได้ ตามแผนภูมิข้างล่าง


Back