เรื่องที่ 5
การเสริมสร้างสุขภาพที่ดีด้วยวิธีนันทนาการ
5.1  ความหมายและความสำคัญของนันทนาการ
        ในการดำรงชีวิตประจำวันของคนเราไม่ว่าในฐานะใดย่อมทำให้เกิดความ เหนื่อยเมื่อยล้าทั้งร่างกาย
และจิตใจ หากปล่อยให้ความเหนื่อยเมื่อยล้าทับถมทวีขึ้นทุกวัน จะส่งผลให้สุขภาพเสื่อมโทรมทั้งกายและ
ใจ อาจถึงกับทำให้เกิดปัญหาที่เรื้อรัง ไม่สามารถดำรงตนอยู่ในสังคมต่อไปได้ จึงมีความจำเป็นจะต้อง
ผ่อนคลายความเครียดเสียบ้างแต่เนิ่น ๆ ด้วยการให้ร่างกายหรือจิตใจได้มีโอกาสพักผ่อน การคลายความ
เครียดดังกล่าว สามารถทำได้หลายวิธีตามเวลาและโอกาสที่เหมาะสม และตามความพึงพอใจของแต่ละคน
 วิธีหนึ่งที่สามารถคลายความเครียดได้ดีที่สามารถเสริมสร้างสุขภาพให้ดีได้ด้วย คือ วิธีนันทนาการ
        นันทนาการ หมายถึง กิจกรรมที่ทำด้วยความสมัครใจในยามว่าง เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน
 ผ่อนคลายความตึงเครียด และเกิดความสุขทางใจ กิจกรรมนี้ต้องไม่เป็นอาชีพ มีคุณประโยชน์ต่อตนเองและ
ส่วนรวม ทั้งยังไม่ขัดต่อขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และกฎหมายบ้านเมือง
5.2 ลักษณะของนันทนาการ
        นันทนาการจะทำให้เกิดความสนุกสนาน ความเพลิดเพลินที่เหมาะสม กับวัย บุคลิก ความสามารถ 
ร่างกาย จิตใจ เวลา โอกาส และสถานที่ของแต่ละบุคคล โดยแต่ละบุคคลอาจจะเลือกนันทนาการ
ที่เหมาะสมกับตนเองให้มากที่สุด
        ลักษณะของนันทนาการที่สำคัญ พอสรุปได้ดังนี้
        1.      เป็นกิจกรรมที่ทำโดยสมัครใจ ไม่ถูกบังคับ เช่น วิ่งออกกำลังกายเมื่อมีเวลาว่าง เล่นกีฬาตาม
ที่ตนเองชอบ เป็นต้น
        2.      เป็นกิจกรรมที่ทำในเวลาว่างนอกเหนือจากเวลาในการทำงาน ในการประกอบกิจวัตรประจำวัน 
ซึ่งไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับงานประจำ
        3.      เป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดทั้งร่างกาย
และจิตใจ
        4.      เป็นกิจกรรมที่ไม่มีจุดประสงค์เพื่ออาชีพ เช่น การอ่านหนังสือ การดูโทรทัศน์ ภาพยนตร์ เป็นต้น 
และถ้าทำเป็นอาชีพ เช่น อาชีพนักแสดง อาชีพ เพาะปลูกต้นไม้เพื่อจำหน่าย ไม่จัดเป็นนันทนาการ
        5.      ต้องไม่ขัดต่อธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และกฎหมายบ้านเมือง และไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย
แก่ตนเองและผู้อื่น เช่น การเล่นการพนัน การลักขโมย เป็นต้น
        6.      มีลักษณะสร้างสรรค์ คือ เกิดประโยชน์ต่อตัวเอง เช่น เสริมสร้างสุขภาพกายและสุขภาพจิต หรือ
เพิ่มพูนความรู้ และเกิดประโยชน์ต่อสังคม เช่น การรณรงค์ปลูกต้นไม้ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่า
5.3 ประเภทของกิจกรรมนันทนาการ
        กิจกรรมนันทนาการมีหลายประเภท ดังต่อไปนี้
        1.      การทำงานอดิเรก เป็นลักษณะงานที่ทำเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจในยามว่างตามความสมัครใจ
และความพึงพอใจ งานอดิเรกเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกิจกรรมนันทนาการเท่านั้น งานอดิเรกแบ่งออก
ได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้
                1.1     ประเภทการสะสม ได้แก่ การเก็บสะสมสิ่งต่าง ๆ เพื่อความเพลิดเพลิน ได้แก่ การสะสมแสตมป์ 
สะสมรูปภาพ เหรียญ ธนบัตร หนังสือ เป็นต้น
                1.2     ประเภทการสร้างสรรค์และงานศิลปหัตถกรรม ได้แก่ การประดิษฐ์ของใช้ต่าง ๆ การตกแต่ง
ภายในบ้าน  การปลูกต้นไม้ การแกะสลัก การจักสาน การวาดรูป เป็นต้น
        2.      การออกกำลังกาย ได้แก่ การเล่นกีฬาและกรีฑาทุกประเภท ทั้งที่เป็นกีฬากลางแจ้งและกีฬาในร่ม 
บนบกและในน้ำ เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล แบดมินตัน ตะกร้อ ว่ายน้ำ กระโดดน้ำ เป็นต้น
        3.      การเข้าร่วมแสดงและชมกิจกรรมบันเทิง เช่น การร้องเพลง การชมดนตรี การแต่งเพลง 
การเล่นเพลงบอก เป็นต้น
        4.      การอ่านและเขียนหนังสือ เช่น การอ่านหนังสือประเภทต่าง ๆ การเขียนกลอน เขียนบทความ เป็นต้น
        5.      การร่วมกิจกรรมทางสังคม ได้แก่ กิจกรรมประเภทที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราวตามวาระต่าง ๆ อันเกี่ยวกับ
ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม เช่น งานรื่นเริงประจำปี งานเทศกาล งานพบปะสังสรรค์ เป็นต้น
        6.      การเที่ยวชมธรรมชาติ เช่น น้ำตก ภูเขา สวนสาธารณะ เป็นต้น
        7.      การเข้าร่วมกิจกรรมอาสาสมัคร ซึ่งเป็นกิจกรรมอาสาสมัครเป็นกิจกรรม   สาธารณประโยชน์ต่าง ๆ 
ที่บุคคลเข้าร่วมในการปฏิบัติด้วยความสมัครใจ เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยไม่หวังผลประโยชน์
ทางด้านเศรษฐกิจเป็นการส่วนตัว เช่น การเข้าร่วมพัฒนาชุมชน การเข้าร่วมพัฒนาหมู่บ้าน 
การเข้าร่วมพัฒนาโรงเรียน เป็นต้น
5.4 หลักในการเลือกกิจกรรมนันทนาการ
        เนื่องจากกิจกรรมนันทนาการมีอยู่มากมายหลายอย่างและมีประโยชน์แก่บุคคลแตกต่างกันออกไป 
จึงควรมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาดังต่อไปนี้
        1.      สุขภาพของร่างกาย ควรเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับอายุ เพศ ขนาดของรูปร่าง ตลอดจน
ความพร้อมของร่างกายและจิตใจ ส่วนกิจกรรมที่เกินกำลังหรือเกินความสามารถควรหลีกเลี่ยงเพราะ
จะกลับกลายเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน และผู้สูงอายุ ก็ไม่ควรเล่นกีฬา
หนักหรือโลดโผน ตื่นเต้น น่าหวาดเสียว เป็นต้น
        2.      ความสนใจ ความสามารถ และความถนัดส่วนบุคคล ควรเลือกกิจกรรมที่ตนถนัด สนใจ และ
มีความสามารถ จะทำให้ประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดีและมีความสุข สนุกสนาน เพลิดเพลินกับ
กิจกรรมนั้น ๆ
        3.      ความเหมาะกับงานที่ทำอยู่ แต่ละคนจะมีภารกิจในการงานของตนแตกต่างกันออกไป 
บางคนมีเวลาว่างมาก บางคนมีเวลาว่างน้อย บางคนต้องทำงานใช้แรงและกำลังมาก บางคนทำงาน
ใช้สมองมากแต่ไม่เหนื่อย 
                ดังนั้น จึงต้องเลือกกิจกรรมนันทนาการให้เหมาะสมในแต่ละคนไป เช่น การทำงานใช้แรงมาก
ต้องเลือกกิจกรรมเบา ๆ อาทิ ฟังเพลง ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ  ส่วนคนที่ใช้สมองมากก็ควรเล่นกีฬา
ที่ใช้กำลัง เช่น แบดมินตัน ตะกร้อ เป็นต้น
        4.      สถานที่ ความสะดวก และความปลอดภัย กิจกรรมบางอย่างจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ เครื่องมือ 
หรือสถานที่เข้ามาเกี่ยวข้อง การเลือกกิจกรรมจึงต้องพิจารณาถึงความพร้อมของอุปกรณ์และ
สถานที่ด้วย เช่น บางคนสนใจว่ายน้ำแต่ไม่มีสระ บางคนสนใจฟุตบอลแต่ไม่มีสนาม เป็นต้น
        5.      ฐานะทางเศรษฐกิจ มีกิจกรรมหลายประเภทที่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากและสิ้นเปลือง
ค่าใช้จ่ายสูง เช่น การเล่นกอล์ฟ การสะสมวัตถุโบราณ สะสมรถเก่า เล่นกล้องถ่ายรูป เป็นต้น 
กิจกรรมประเภทนี้จึงไม่เหมาะสมกับผู้ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจไม่มั่นคง กิจกรรมที่ประหยัดและสามารถ
ให้ประโยชน์ได้มากกว่า ได้แก่ การออกกำลังกาย การเล่นดนตรี เป็นต้น
        6.      ไม่ขัดต่อศีลธรรม ประเพณี และวัฒนธรรมของสังคม ตลอดจนกฎหมายของบ้านเมือง 
กิจกรรมบางอย่างอาจเหมาะสมกับขนบธรรมเนียมประเพณีในท้องถิ่นหนึ่ง แต่อาจขัดกับประเพณี
วัฒนธรรมของอีกท้องถิ่นหนึ่ง
        7.      ประโยชน์ต่อสังคม ถ้ามีโอกาสควรเลือกกิจกรรมที่นอกจากจะให้ เกิดคุณประโยชน์แก่ตนเองแล้ว 
ยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมและสังคมด้วย
        8.      ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่จะทำความรบกวนหรือทำความรำคาญให้แก่ผู้อื่น ควรเลือกกิจกรรมที่ทำ
ให้เกิดความรัก ความพอใจ และความสมัครสมานสามัคคีกัน
5.5 ประโยชน์ของนันทนาการ
        นันทนาการเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ให้ประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างมาก 
ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้
        1.      ประโยชน์ต่อตนเอง ทำให้มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ เนื่องจากชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยสิ่งอำนวย
ความสะดวกทำให้คนไม่ค่อยได้มีโอกาสออกกำลังกายมากนัก ร่างกายจึงมักจะไม่สมบูรณ์แข็งแรง 
การนันทนาการด้วยการออกกำลังกายก็จะสามารถทดแทนได้เพื่อให้สมรรถภาพทางกายสูงขึ้น 
ส่วนทางด้านจิตใจก็จะได้พักผ่อนคลายความตึงเครียด ลดความวิตกกังวล ทำให้บุคคลสามารถปรับตัว
ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมหรือประกอบการงานต่าง ๆ ได้ดีขึ้น
        2.      ประโยชน์ต่อครอบครัว กิจกรรมนันทนาการบางอย่างนอกจากจะให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน 
ทำให้ชีวิตครอบครัวเป็นสุขและอบอุ่นแล้ว ยังอาจช่วยเพิ่มรายได้ของครอบครัวโดยทางอ้อมอีกด้วย
เช่น การปลูกต้นไม้ การปลูกผักสวนครัว เป็นต้น
        3.      ประโยชน์ต่อสังคม ก่อให้เกิดความสามัคคี รักใคร่กลมเกลียวกันในหมู่คณะ ส่งเสริมความเป็น
พลเมืองดี ลดปัญหาการประพฤติผิดศีลธรรม หรือปัญหาอาชญากรรม โดยการรู้จักใช้เวลาให้เกิด
ประโยชน์ เช่น การเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ร่วมกัน ทำให้เกิดความสนิทสนมขณะทำงาน
ด้วยกัน ทำให้เพิ่มคุณธรรมแก่บุคคลผู้ร่วมกันทำกิจกรรมนั้น ๆ